คราบเขม่าสีเทาจางๆ บนปลอกกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรที่ซุกอยู่ก้นลิ้นชักลับ ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนหลักฐานจากคดีฆาตกรรมทั่วไป มันให้กลิ่นอายที่เฉพาะเจาะจง... กลิ่นอายของห้องครัวระดับไฮ엔ด์ที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นเครื่องเทศหายากและไอน้ำมันเดือดพล่าน
เรย์ยืนนิ่งค้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่ซ่อนอยู่ กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว
ปลอกกระสุนนัดนั้นถูกวางทับอยู่บนสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่เขาเพิ่งงัดมาจากตู้เซฟของธันวา เชฟมิชลินสตาร์ผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ทว่าในมือของเชฟหนุ่มเวลานี้ กลับถือถาดเสิร์ฟสเต็กเนื้อวากิวระดับพรีเมียมที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานมืดทึบอย่างสิ้นเชิง
"ผมคิดว่าคุณคงใช้พลังงานไปเยอะกับการงัดแงตู้เซฟของผม คุณนักสืบ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความตกใจเจือปนแม้แต่น้อย ธันวาวางถาดอาหารลงบนโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองหลักฐานในมือของเรย์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความตกใจ แต่เป็นความเยือกเย็นของนักล่าที่มองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงด้วยความสมัครใจ
เรย์รีบซ่อนปลอกกระสุนไว้ในฝ่ามือ ดวงตาคมก้าวร้าวตวัดมองอีกฝ่ายทันที ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขยับถอยหลังเล็กน้อยจนสะโพกชนเข้ากับชั้นหนังสือ "คุณรู้อยู่แล้ว... ว่าผมจะหาอะไร"
"ถ้าผมไม่รู้ ผมคงไม่ปล่อยให้คุณเดินดุ่มๆ เข้ามาถึงห้องใต้ดินนี่หรอกครับ" ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเขากับเรย์ลดลงจนน่าอึดอัด กลิ่นอายของเครื่องเทศเฉพาะตัวและกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยปะทะจมูกจนเรย์ต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เชฟหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเรย์เพียงไม่กี่คืบ "คุณกำลังสงสัยผมใช่ไหมครับ เรย์... สงสัยว่าเชฟที่เอาแต่ทำอาหารอย่างผม ไปเกี่ยวอะไรกับคดีฆาตกรรมนักการเมืองเมื่อสัปดาห์ก่อน"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจเป้าหมายราวกับลูกศรอาบยาพิษ เรย์กัดฟันกรอด ความรู้สึกระแวงพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาไม่เคยพลาดในการสืบสวน แต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมในเกมที่อีกฝ่ายเป็นคนวางกติกา
"รอยกระสุนนัดนั้น... ใช้หัวกระสุนพิเศษที่สั่งทำเฉพาะในยุโรปตะวันออก ลายเกลียวลำกล้องแบบนี้มีแค่ปืนของหน่วยรบพิเศษหรือมือปืนรับจ้างระดับท็อปเท่านั้น และบังเอิญเหลือเกินว่า ลายมือที่จดบันทึกตารางการเดินทางของเหยื่อในสมุดเล่มนี้ ก็เป็นลายมือเดียวกับออร์เดอร์วัตถุดิบนำเข้าเฉพาะกลุ่มของคุณ" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้สายตาที่จ้องเขม็ง "คุณเป็นใครกันแน่ ธันวา? เชฟมือหนึ่ง หรือฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่หลังคราบผ้ากันเปื้อนเปื้อนแป้ง?"
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เรย์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กน้อยที่กำลังเล่นสนุกในสายตาของผู้ใหญ่ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนเรย์ไม่มีทางถอยหนี แผ่นหลังแนบสนิทกับชั้นหนังสือ ขณะที่มือหนาของธันวาเอื้อมไปวางทابกับชั้นหนังสือเหนือหัวของเรย์ เป็นการปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี
"ถ้าผมเป็นฆาตกร... คุณคิดว่าคุณจะได้ยืนถือหลักฐานพูดกับผมแบบนี้อยู่หรือครับ?" ธันวากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอยิ่งทำให้หัวใจของเรย์เต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ "บางที... สิ่งที่คุณเห็นอาจเป็นแค่ส่วนผสมชิ้นเล็กๆ ในจานอาหารที่คุณยังชิมไม่หมด"
"ถอยไปนะ!" เรย์ดันอกแกร่งของอีกฝ่ายสุดแรง แต่ธันวากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงคอนกรีต เคมีที่ร้อนแรงและอันตรายแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ ความโกรธเกรี้ยวและแรงดึงดูดประหลาดผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก
"กินซะสิครับ" ธันวาเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ สายตาคมก้มมองจานสเต็กบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดกลับมามองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความขัดแย้งของเรย์ "สเต็กเนื้อวากิวราดซอสไวน์แดงสูตรพิเศษ... เผื่อว่ามันจะช่วยให้สมองนักสืบของคุณปลอดโปร่งขึ้น และเลิกคิดไปเองว่าผมเป็นฆาตกรสักที"
"ผมไม่มีอารมณ์มาดินเนอร์กับผู้ต้องสงสัย!" เรย์สวนกลับเสียงแข็ง พยายามซ่อนอาการหอบสะท้านจากความใกล้ชิดเมื่อครู่
"ถ้าคุณไม่กิน... ผมป้อนเองดีไหมครับ?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แววตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือที่มีปลอกกระสุนซ่อนอยู่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นความตายและความหวามไหวที่ไม่อาจปฏิเสธ
ทว่า... ก่อนที่เรย์จะได้อ้าปากด่าทออะไรออกไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ชั้นบน ตามด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว
ปัง! ปัง! ปัง!
"ตำรวจกองปราบ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เรย์! นายอยู่ในนั้นรึเปล่า!"
เสียงตะโกนเรียกชื่อจากด้านนอกทำให้ธันวาชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบละสายตาจากริมฝีปากของเรย์ หันไปมองทางบันไดด้วยแววตาที่เย็นเยียบลงทันตาเห็น ผิดกับเรย์ที่ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาด้วยความหวัง
ธันวาหันกลับมามองนักสืบหนุ่มอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย แต่มุมปากกลับยกยิ้มจางๆ ที่มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่ากำหนดนะครับ" ธันวาพูดเสียงเบา "แต่จำไว้... เกมนี้ยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ เรย์"
พูดจบ ธันวาก็คว้าปลอกกระสุนในมือของเรย์ไปอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว พร้อมกับดึงสลักลับใต้ชั้นหนังสือที่เปิดช่องทางเดินลับออกสู่ความมืดเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นนะครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับเชฟกับจารชน•ตอนที่ 3
รสชาติที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับเชฟกับจารชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
