“คุณกำลังบอกว่า... การหายตัวไปของลูกชายคุณ ไม่ใช่ความผิดของมนุษย์งั้นหรือครับ?”
ศิลาวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ เสียงของมันกระทบพื้นผิวไม้ดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันภายในสำนักงานทนายความขนาดกะทัดรัด เขาประสานมือวางไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกริบสีนิลจ้องมองชายวัยกลางคนที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ฝั่งตรงข้าม
ชายผู้นั้นชื่อ ‘วิชัย’ พ่อผู้สิ้นหวังที่เพิ่งนำแฟ้มเอกสารหนาเตอะมาวางทิ้งไว้ตรงหน้าเขา ภายในนั้นไม่มีเบาะแสของตำรวจ ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด มีเพียงรูปถ่ายใบเดียวที่แสดงให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังก้าวเดินเข้าไปในอาคารโรงพยาบาลร้างเขตชานเมือง โดยที่เงาของเขาทอดยาวออกมา... ทว่าเงาที่ว่ากลับมีรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายสัตว์ร้าย
“ผมไปแจ้งความแล้วครับทนาย แต่ตำรวจบอกว่ามันไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีหลักฐานการถูกลักพาตัว” วิชัยกลืนน้ำลายลงคอ “แต่ลูกชายผม... เขาไม่เคยกลับออกมาจากที่นั่นเลย ผมได้ยินเสียงเขาครับ เสียงเขาร้องขอความช่วยเหลือมาจากผนังปูนเย็นเยียบของโรงพยาบาลแห่งนั้น”
ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้น ‘เนตรสังเกตกรรม’ ของเขาทำงานทันที บรรยากาศรอบกายวิชัยเปลี่ยนไป ในมโนภาพของศิลา เขาเห็นเส้นใยสีดำมืดมิดพันธนาการอยู่รอบข้อมือของชายตรงหน้า มันไม่ใช่ความเศร้าโศกธรรมดา แต่มันคือ ‘รอยประทับแห่งสัญญา’ ที่แลกมาด้วยบางอย่างที่มากกว่าชีวิต
“โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ร้างไปกว่ายี่สิบปีแล้วนะครับ” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ “ที่นั่นเป็นเขตหวงห้ามทางกฎหมาย และถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า... ที่นั่นอาจเป็นเขตหวงห้ามสำหรับคนเป็นด้วย”
“คุณต้องช่วยเขาครับคุณศิลา! ผมได้ยินมาว่าคุณเป็นทนายคนเดียวที่กล้าทำคดีแบบนี้... คดีที่ไม่มีแม้แต่จำเลยให้ฟ้องร้อง” วิชัยกระโจนขึ้นจากเก้าอี้ พยายามคว้ามือศิลาด้วยความหวังอันริบหรี่
ศิลาขยับตัวหลบอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวชายผู้นี้ มันเป็นกลิ่นของความตายที่ไม่ควรจะอยู่กับคนเป็น
“ผมรับทำคดีนี้ครับ” ศิลาลุกขึ้นยืน รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มดูสุขุมและดุดัน “แต่ผมมีเงื่อนไขเดียว คุณต้องอยู่ห่างจากพื้นที่นั้นให้มากที่สุดจนกว่าผมจะบอก”
เมื่อวิชัยเดินจากไปพร้อมกับความหวังที่ดูเปราะบาง ศิลาก็ถอนหายใจยาว เขาเดินไปที่ชั้นวางหนังสือหลังโต๊ะทำงาน ก่อนจะเลื่อนบานพับลับเผยให้เห็นตู้เก็บอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีไว้สำหรับงานกฎหมายปกติ มีทั้งยันต์เขียนด้วยหมึกชาดแท้ พู่กันไม้หอม และคัมภีร์ใบลานที่เก็บรักษาไว้ในกล่องเหล็ก
“คดีนี้น่าสนใจเกินกว่าจะเป็นแค่คนหายธรรมดานะครับ”
เสียงหวานแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ริน เดินออกมาจากเงามืด เธออยู่ในชุดลำลองกึ่งทางการ ท่วงท่าการเดินสงบนิ่งราวกับกระแสน้ำ มือเรียวบางของเธอถือเข็มทิศดาราศาสตร์ที่เข็มของมันหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง
“คุณคิดว่ายังไงริน?” ศิลาหันไปถามคู่คิดเพียงหนึ่งเดียว “รอยประทับบนข้อมือวิชัย... มันดูเหมือนรอยต่อของวิญญาณที่ถูกแยกออกจากเงา”
“มันคือ ‘พิธีกรรมแบ่งส่วน’ ครับ” รินตอบพลางเดินมาหยุดที่โต๊ะทำงานของศิลา “ที่โรงพยาบาลนั่นอาจไม่ใช่แค่สถานที่กักขังวิญญาณ แต่มันคือ ‘ตะแกรง’ ที่คอยร่อนเอาบาปออกจากชีวิตคน แล้วกักเก็บส่วนที่เหลือไว้เพื่อต่ออายุให้บางอย่างที่หิวโหยมานาน”
ศิลามองไปยังแผนที่โรงพยาบาลร้างที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาไม่ได้มองมันในฐานะทนายความที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ แต่เขามองในฐานะ ‘ผู้พิพากษาของโลกวิญญาณ’ ที่กำลังมองหาช่องโหว่ในโครงสร้างของกฎแห่งกรรม
ทั้งสองตัดสินใจเดินทางไปยังโรงพยาบาลร้างทันที รถยนต์คันสีดำเคลื่อนที่ผ่านถนนที่มืดมิด บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนน่าอึดอัด เมื่อรถมาจอดสนิทหน้าอาคารทรงสูงที่ทรุดโทรม กลิ่นอายของความตายก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของศิลาอย่างรุนแรง ราวกับมีนับพันสายตาจากรอยร้าวของผนังปูนกำลังจ้องมองพวกเขาทั้งสอง
“ระวังนะครับ” ศิลาเตือนริน “เนตรของผมเห็นบางอย่าง... บาปที่ถูกขังอยู่ในนี้มันไม่ได้มีแค่หนึ่ง แต่มันรวมตัวกันเป็นก้อนมวลมหาศาล”
พวกเขาเดินผ่านประตูใหญ่ที่ถูกคล้องด้วยโซ่ขึ้นสนิม ศิลาใช้ไม้เท้าเหล็กกล้าเคาะไปที่พื้น เสียงก้องกังวานสะท้อนกลับมาเป็นจังหวะ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ... เสียงสะท้อนนั้นไม่ได้มีแค่เสียงเคาะ แต่มันมีเสียง ‘เสียงคนร้องไห้’ แทรกซ้อนอยู่ในทุกจังหวะ
ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าศิลา มันเป็นระบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีของการทำงาน
[ ตรวจพบ ‘เขตอาคมระดับสูง: ประตูนรกนิรนาม’ ]
[ ภารกิจระดับ SSS: กู้คืนเงาที่หายไปและหยุดยั้งผู้พิพากษาปลอม ]
[ รางวัล: ปลดล็อกทักษะเนตรสังเกตกรรมขั้นที่สอง – 'คำพิพากษาตัดสินบาป' ]
ศิลาหยุดชะงัก สายตาเขาจ้องไปที่จุดสิ้นสุดของโถงทางเดินมืดมิด ที่นั่น... ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งในรูปถ่ายกำลังยืนหันหลังให้พวกเขา ร่างกายของเขากำลังค่อยๆ จางหายไปและถูกกลืนกินโดยเงามืดที่ขยับได้ราวกับมีชีวิต
แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของศิลาเต้นแรงไม่ใช่ชายคนนั้น แต่เป็นสิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่ม... มันคือร่างของ ‘ตัวเขาเอง’ ในชุดทนายความที่กำลังถือสมุดบันทึกคดีความเล่มเดียวกันเป๊ะ ราวกับกำลังรอคอยศิลาให้เดินเข้าไปหาเพื่อ ‘ปิดคดี’ ครั้งสุดท้าย
“ศิลา...” รินกระซิบเสียงสั่น “นั่น... ไม่ใช่วิญญาณคนตาย แต่นั่นคือ ‘ตัวตนอีกด้าน’ ที่ถูกพรากไปจากคุณในตอนที่ถูกทิ้งไว้ที่วัด...”
เงาร่างในชุดทนายค่อยๆ หันมา ใบหน้าของมันเรียบเฉย ไร้ดวงตา และมีเพียงรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนถึงใบหู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นเสียงของศิลาเองอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ ทนายความผู้โง่เขลา... คดีของวันนี้ ถึงเวลาตัดสินแล้ว”
...หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเริ่มต้นการเดินทางในครั้งนี้กับผมนะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
ทนายไล่ผีกับคดีฆาตกรรมไร้เงาในโรงพยาบาลร้าง•ตอนที่ 1
ทนายกับคดีที่ไม่มีจำเลย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไล่ผีกับคดีฆาตกรรมไร้เงาในโรงพยาบาลร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
