"หากเจ้ายังไม่ตาย... ก็จงคลานไปเช็ดเลือดที่พื้นเสีย ศิษย์สวะเช่นเจ้าไม่มีสิทธิ์ให้คาวเลือดอัปยศแปดเปื้อนรองเท้าของข้า!"
เสียงเหยียดหยามเย็นชาดังก้องอยู่ในมโนภาพที่มืดมิดดั่งก้นบึ้งมหาสมุทร พร้อมกับแรงปะทะมหาศาลที่ซัดเข้ากลางอกจนกระดูกซี่โครงลั่นเปรี๊ยะ คล้ายไม้แห้งที่ถูกหักกลางอากาศ ฉินอวี้เซียวเบิกตากว้างขึ้นทันที ความเจ็บปวดระดับสาหัสสากรรจ์แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกเข็มเงินนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจร
เลือดอุ่นร้อนไหลทะลักออกจากมุมปาก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลำคอ ร่างกายที่เขาอาศัยอยู่นี้บอบช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เส้นชีพจรเกือบทั้งหมดถูกกระแทกจนแตกละเอียด ลมปราณในร่างเปรียบดั่งน้ำที่แห้งขอดในบ่อลึก ทว่าจิตวิญญาณของ ‘มหาเทพไร้ลักษณ์’ ผู้เคยสยบดาราด้วยกระบี่เดียวกลับตื่นขึ้นท่ามกลางความอัปยศนี้
"เจ้าหนู... ข้าไม่รู้ว่าข้าต้องขอบคุณเจ้าที่มอบร่างกายนี้ให้ หรือควรจะสมเพชเวทนาในความอ่อนแอของเจ้ากันแน่" ฉินอวี้เซียวเค้นเสียงผ่านไรฟัน แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ดั่งใจ แต่แววตาที่จ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มชุดขาวที่ยืนถือกระบี่อยู่เบื้องหน้ากลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งหมื่นปี
"มันยังไม่ตาย! ศิษย์พี่หาน... ดูเหมือนมันจะมีชีวิตที่เหนียวแน่นเสียยิ่งกว่าแมลงสาบ" เสียงเยาะเย้ยดังมาจากชายอีกสองคนข้างกาย
ฉินอวี้เซียวอาศัยจังหวะที่หัวใจยังคงเต้นช้าๆ พลิกฝ่ามือยันพื้นดินที่ชื้นแฉะด้วยหยดเลือด กลิ่นอายรอบกายเขาเริ่มเปลี่ยนไป แม้ปราณภายในจะขาดห้วง แต่สัญชาตญาณแห่งจอมเทพไม่เคยดับสูญ เขาใช้หยดปราณสุดท้ายสัมผัสถึงรอยแยกของมิติและกระแสลมที่หมุนวนรอบกาย เพื่อกดทับความเจ็บปวดมหาศาลลงสู่ก้นบึ้งของจิตใต้สำนึก
"พวกเจ้า... พึงจำไว้" ฉินอวี้เซียวเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงักงัน "ความตายไม่ใช่จุดจบ... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการทรมานที่พวกเจ้าจะไม่มีวันลืม"
"หุบปาก!" หานเฉินตวาดลั่น พร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีฟ้าหม่นของปราณกระบี่พุ่งตรงมายังลำคอของฉินอวี้เซียวด้วยเจตนาสังหารหมายเด็ดหัวทิ้งเสียตรงนี้ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ประกายตาของฉินอวี้เซียวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง เขาไม่ได้หลบหลีก แต่กลับปล่อยให้จิตวิญญาณแห่งเซียนดึงดูดกระแสปราณรอบข้างที่กระจัดกระจายเข้ามาผนึกที่ปลายนิ้ว
*ฉึบ!*
นิ้วชี้ของฉินอวี้เซียวตวัดขึ้นด้วยท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่ไร้ซึ่งร่องรอย ราวกับหยดน้ำตกลงในแอ่งน้ำนิ่ง กระแสปราณที่ห่อหุ้มกระบี่ของหานเฉินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่แรงสะท้อนจะดีดตัวกระบี่จนหลุดกระเด็นออกจากมือของอีกฝ่ายไปปักบนต้นไม้ห่างออกไปหลายวา!
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วป่าลึก หานเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ ศิษย์สวะที่ควรจะเป็นเพียงขยะที่รอวันตาย กลับสามารถสลายปราณกระบี่ของเขาด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว?
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปฝึกวิชาปีศาจมาจากที่ใด... แต่อย่าได้คิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไป!" หานเฉินคำรามด้วยความอับอาย พลังปราณขั้นก่อเกิดถูกปลดปล่อยออกมาจนพื้นดินรอบกายแตกระแหง
ฉินอวี้เซียวพยุงร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลขึ้นยืน แม้ร่างกายจะสั่นเทา แต่หลังของเขายังคงตรงดิ่งประหนึ่งเขากระบี่ที่ไม่มีวันหักโค่น เขามองไปยังหานเฉินราวกับมองมดปลวกในสายตา "วิชาปีศาจหรือ? เจ้าเรียกวิถีแห่งการทำลายล้างว่าวิชาปีศาจ... ดูท่าในสำนักเซียนแห่งนี้ ความเขลาคงจะเป็นวิชาบังคับสินะ"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงนกกาที่เคยส่งเสียงกรีดร้องรอบป่าเงียบหายไปโดยสิ้นเชิง กลิ่นอายที่กดทับลงมาราวกับขุนเขาหลายหมื่นลูกทำให้ศิษย์ที่เหลืออีกสองคนทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด
ท่ามกลางมวลอากาศที่บิดเบี้ยว ร่างสตรีชุดขาวผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากเงาไม้ นางงดงามราวกับเทพธิดาที่หลุดออกมาจากภาพวาด เส้นผมสีดำสนิทประดุจแพรไหมพลิ้วไหวตามแรงลม ดวงตางดงามคู่นั้นเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าหิมะแรกแห่งยอดเขาเซียน แต่นางกลับหยุดสายตาไว้ที่ฉินอวี้เซียว... ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิดมิด
"เจ้า... เจ้าตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ หรือ?"
ฉินอวี้เซียวหันกลับไปมองสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมพุ่งเข้าสู่สมองของเขาดุจสายน้ำที่บ้าคลั่ง หลิงเซียนหราน... บุตรีเจ้าสำนักผู้เดียวที่กล้าเมตตาต่อ ‘สวะ’ เช่นเขาในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้
"แม่นางหลิง" ฉินอวี้เซียวพึมพำ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายนี้ถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ เขาทรุดลงสู่พื้นดินอีกครั้ง ทว่าก่อนที่สติจะดับวูบไป มือเรียวขาวสะอาดของนางก็คว้าตัวเขาไว้แน่น สัมผัสจากนางเย็นเฉียบแต่ทว่าอบอุ่นในความรู้สึก
"ห้ามตาย" เสียงของนางแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "ข้าเป็นคนเลือกเจ้าให้เป็นศิษย์... หากเจ้าจะตาย ก็ต้องตายด้วยน้ำมือข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น!"
ขณะที่ฉินอวี้เซียวเริ่มหลับใหลไปท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ จากกายของนาง เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณอันมหาศาลที่นางถ่ายเทเข้าสู่ร่างเขาทันที พลังนั้นบริสุทธิ์และรุนแรงจนน่าตกใจ... แต่มันไม่ใช่พลังที่ใช้เพื่อรักษา มันคือพลังที่กำลังปลุกเร้า ‘บางอย่าง’ ที่ถูกผนึกไว้ในกึ่งกลางของหัวใจเขาให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงคำรามของมังกรที่ดังก้องไปถึงสวรรค์ชั้นเก้า!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีแห่งเซียนในครั้งนี้นะครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
วิถีเซียนไร้ลักษณ์ ดับดาราพิชิตฟ้า•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนในร่างสวะ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ ดับดาราพิชิตฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
