สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดอีเวนต์สายวายป่วน•ตอนที่ 1

ไซต์งานนี้มีแต่ไฟ

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงสว่านกระแทกปูนของคนงานในไซต์ก่อสร้างดังสะท้านไปจนถึงแก้วหู แต่เสียงที่รบกวนสมาธิของ กรณิศ มากที่สุดในเวลานี้ กลับไม่ใช่เสียงเครื่องมือกล หากเป็นเสียงเคาะส้นรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตเปลือยอย่างจังหวะจะโคน ซึ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ "ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าตรงนี้คือจุดที่ตั้งบูธวีไอพี แสงไฟจากโครงสร้างมันต้องส่องลงมาพอดี ไม่ใช่ปล่อยให้มืดทึบเป็นมุมอับสายตาแบบนี้!" น้ำเสียงใสแต่กังวานและเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ทะลุผ่านความอลหม่านของฝุ่นปูนและกลิ่นสีทาผนัง สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลขยับแว่นสายตาบนสันจมูกเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ วางม้วนแบบแปลนพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะไม้กระดานชั่วคราวอย่างใจเย็น กรณิศหันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดตามองร่างบางในชุดสูทเบลเซอร์สีเบจสว่าง ตัดกับบรรยากาศดิบเถื่อนของไซต์งานก่อสร้างอย่างสิ้นเชิง รินรดา ผู้จัดอีเวนต์สาวมือทองยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความดื้อรั้นและไม่ยอมคนอย่างชัดเจน "นี่คือไซต์งานก่อสร้างครับคุณรินรดา ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายแฟชั่น โครงสร้างเหล็กและระบบไฟพวกนี้ถูกคำนวณตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่คิดจะอยากได้มุมสวยแล้วจะสั่งรื้อได้ตามใจชอบ" กรณิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทุบทำลายความมั่นใจของอีกฝ่ายด้วยความสุภาพที่เยือกเย็นจนน่าหมั่นไส้ "แล้วหลักวิศวกรรมของคุณมันช่วยให้อีเวนต์เปิดตัวโปรดักต์ระดับพันล้านของธนัตถ์ออกมาดูเหมือนงานวัดหรือคะคุณกรณ์? ฉันจ้างบริษัทสถาปนิกของคุณมาเพื่อดูแลความงามและฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ใช่มาฟังคุณบรรยายเรื่องความปลอดภัยที่ฉันก็เรียนมาเหมือนกัน!" รินรดาพุ่งเข้าประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราว ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นด้วยความฮึดฮัด ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังลอยมาปะทะจมูกของชายหนุ่มท่ามกลางฝุ่นละออง กรณิศไม่ถอยหลังหนี เขากลับโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทไร้ความรู้สึกเวลานี้กลับมีรอยยิ้มมุมปากบางเบา ปรุงแต่งด้วยความเยาะหยันเล็ก ๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายเลือดขึ้นหน้าได้ง่ายดาย "ถ้าคุณรินรดามีเวลามาเถียงผมเรื่องความสว่างของมุมบูธ ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจเช็กคิวของทีมงานออร์แกไนซ์ของคุณเองจะดีกว่านะครับ เพราะเท่าที่ผมเห็น... ทีมงานของคุณกำลังจะทำผนังปูนฉาบใหม่พังเสียหายเพราะความสะเพร่าอยู่รอมร่อ" รินรดาชะงัก หันขวับไปมองตามปลายนิ้วยาวของสถาปนิกหนุ่มทันที เธอก็ดพบว่าทีมงานพาร์ทไทม์คนหนึ่งกำลังเข็นรถเข็นปูนเฉี่ยวเสาปูนเปลือยที่เพิ่งเก็บงานเสร็จหมาด ๆ หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง "คุณนี่มัน... ปากจัดเป็นบ้าเลยนะคุณกรณ์!" "ขอบคุณที่ชมครับ ผมถือว่านั่นคือคำชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฉาก" กรณิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทอย่างแนบเนียน ดวงตาคมปลาบจับจ้องริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความขัดเคืองใจของหญิงสาว แวบหนึ่งในความรู้สึกของเขาพบว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด แต่กลับมีพลังงานบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเขาให้อยู่ติดกับหล่อนได้อย่างประหลาด ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าสถาปนิกหนุ่ม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นหลุดจากภวังค์การปะทะคารม รินรดากระชากโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันทีเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา "ว่าไงนะธนัตถ์?... อะไรนะ! สกู๊ตเตอร์ขนอุปกรณ์เวทีติดอยู่บนทางด่วนเพราะอุบัติเหตุหมู่?!" รินรดาอุทานเสียงดังจนคนงานรอบข้างหันมามอง กรณิศหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของเธอและปัญหาใหญ่ที่กำลังซัดเข้ามาชนไซต์งานนี้อย่างจัง รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังในฐานะหัวหน้าควบคุมงาน "เกิดอะไรขึ้น?" กรณิศเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนขึ้นโดยอัตโนมัติ "อุปกรณ์หลักของงาน... มาไม่ทันกำหนดการซ้อมใหญ่เย็นนี้ค่ะ" รินรดาหันมามองเขาด้วยแววตาที่สูญเสียความมั่นใจไปชั่วขณะ เป็นครั้งแรกที่ผู้จัดอีเวนต์สาวฝีปากกล้าแสดงความเปราะบางออกมาให้เห็นท่ามกลางความกดดันมหาศาล กรณิศมองสบตากับดวงตากลมโตที่เริ่มไหวระริกนั้น นิ่งงันไปชั่ววินาที ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจสั่งให้เขาอยากก้าวเข้าไปโอบไหล่บางนั้นแล้วบอกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย... แต่ทิฐิและมาดของสถาปนิกหนุ่มตัวท็อปทำให้เขาทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบ ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อรินรดาก็ดังแทรกขึ้นจากทางเข้าไซต์งานก่อสร้าง "ริน! แย่แล้ว! เจ้าภาพใหญ่ตัวจริงกำลังเดินทางมาถึงไซต์งานก่อนกำหนดสองชั่วโมง!" ธนัตถ์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนา รินรดาหน้าซีดเผือกทันที ส่วนกรณิศขมวดคิ้วมุ่น --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดอีเวนต์สายวายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%