หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือของฟ้าใสสั่นรัวติดต่อกันเป็นครั้งที่เจ็ด ข้อความคอมเมนต์เชิงลบและข้อกล่าวหาว่าช่องของเธอกำลัง "ต้มตุ๋นประชาชน" ด้วยการจัดฉากเรื่องปาฏิหาริย์ทางวิทยาศาสตร์ถูกรีโพสต์จนกลายเป็นกระแสไวรัลด้านลบในชั่วข้ามคืน
"ให้ตายเถอะ... พวกเขาไม่ยอมแม้แต่จะฟังคำอธิบายด้วยซ้ำ" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับร่างบางที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยเอกสารวิจัยและกระดาษโน้ตยุ่งเหยิง
"การพยายามอธิบายความจริงให้กลุ่มคนที่ปิดหูปิดตาฟัง ก็เหมือนกับการพยายามส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านฟาราเดย์เคจ (Faraday Cage) นั่นแหละครับคุณฟ้าใส ไม่มีทางที่คลื่นสัญญาณไหนจะลอดผ่านเข้าไปข้างในได้หรอก ถ้าโครงสร้างภายนอกมันถูกปิดกั้นไว้หมดแล้ว"
เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟดำ ดร.อคินก้าวเข้ามาในห้องสตูดิโอขนาดเล็กด้วยท่าทีนิ่งสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง เขาหยิบแก้วกาแฟมาวางไว้ตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอให้อนุญาต
"นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องฟิสิกส์นะดอกเตอร์!" ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตแดงก่ำจากการอดนอนและ1ความเครียดสะสม "ช่องที่ฉันสร้างมากับมือ รีวิวสถานที่มูเตลูด้วยความจริงใจมาตลอดหลายปี กำลังจะพังเพราะคลิป ‘ควอนตัมเปลี่ยนชีวิต’ ที่คุณบังคับให้ฉันทำนั่นแหละ!"
"ผมไม่ได้บังคับนะครับ ผมแค่นำเสนอ ‘ความจริงทางวิทยาศาสตร์’ ที่เข้าใจยาก ให้กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจยากน้อยลงต่างหาก" อคินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่มักจะทำให้ฟ้าใสอยากหยิกแขนเขาสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ "และเพราะมันเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน... ผมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ไงครับ"
ฟ้าใสชะงัก เลิกคิ้วมองชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าหยิ่งยโสและไม่เคยแคร์โลกใบนี้มาก่อน "คุณหมายความว่ายังไง?"
"เราจะกู้ชื่อเสียงให้คุณครับ" อคินเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาเปิดสไลด์งานที่ถูกเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน "ด้วยวิธีที่ไม่มีใครปฏิเสธได้... เราจะใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ควอนตัมมาพิสูจน์ให้เห็นจะๆ ไลฟ์สดสตรีมมิ่งพรุ่งนี้เที่ยงตรง ให้มันรู้ไปสิครับว่าพลังงานและความน่าจะเป็นในโลกควอนตัมจะหักล้างข้อครหาพวกนั้นไม่ได้"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ฟ้าใสจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนักฟิสิกส์หนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลื่อนหน้าจออธิบายแผนงานด้วยแววตาจริงจัง ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดไหล뢰ลึกเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ปากร้าย ปากจัด และชอบกวนประสาทเธอเป็นที่สุด แต่ยามคับขัน เขากลับเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับปัญหาโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
"คุณ... ไม่กลัวโดนทัวร์ลงไปด้วยเหรอ?" เสียงของฟ้าใสอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ครับ ความกลัวเดียวของผมคือการปล่อยให้ความงُمงายครอบงำสังคมต่างหาก" อคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง "อีกอย่าง... ผมยอมให้ใครมาว่าคุณฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกครับ มันเสียฟอร์มอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยหมด"
"ไอ้คนหลงตัวเอง..." ฟ้าใสอดไม่ได้ที่จะพึมพำค้อนวงใหญ่ แต่ริมฝีปากกลับแอบคลี่ยิ้มออกมาบางๆ อย่างปิดไม่มิด
แผนการกู้ชื่อเสียงเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ตลอดทั้งคืนทั้งคู่ช่วยกันเซ็ตฉาก ทดลองทฤษฎี และเตรียมตัวอย่างการทดลองที่อธิบายปรากฏการณ์พัวพันเชิงควอนตัม (Quantum Entanglement) ให้เข้าใจง่ายที่สุดผ่านการทดลองเชิงปฏิบัติการในสตรีมมิ่ง ฟ้าใสทำหน้าที่เป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการด้วยพลังบวกอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ดร.อคินคอยเสริมข้อมูลทางทฤษฎีด้วยความคมคายและน้ำเสียงที่น่าเชื่อถือ
ยอดผู้ชมไลฟ์สดพุ่งทะยานจากหลักร้อยเป็นหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ข้อความในแชตไหลผ่านรวดเร็วจนแทบอ่านไม่ทัน จากกระแสโจมตีในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความทึ่งและความสนใจในความรู้ใหม่ๆ ที่ถูกย่อยให้ออกมาสนุกสนานและเข้าใจง่าย
"เห็นไหมครับ?" อคินกระซิบเบาๆ ระหว่างช่วงพักเบรกโฆษณา ขณะที่ฟ้ากำลังก้มหน้าเช็กฟีดแบคในมือถือ "แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ไม่เคยเกิดจากพลังงานลึกลับปาฏิหาริย์ที่ไหนหรอกครับ... แต่มันเกิดจากการที่เรากล้าเปิดสวิตช์ไฟด้วยตรรกะและเหตุผลต่างหาก"
ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ จากตัวของชายหนุ่มทำเอาสติของเธอกระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวยิ่งกว่าตอนไลฟ์สดต่อหน้าผู้ชมแสนคนเสียอีก
"อะ... อื้อ ขอบคุณนะดอกเตอร์" ฟ้าใสหลบสายตา ก้มหน้าลงแกล้งจัดปกเสื้อให้อีกฝ่ายแก้เขิน
"เรียกดอกเตอร์อีกแล้วนะครับ" อคินโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือรอยยิ้มเอ็นดู "ถ้าเราผ่านเรื่องนี้ไปได้ ผมขอเปลี่ยนสรรพนามเป็นอย่างอื่นจะได้ไ..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทันที พร้อมกับการปรากฏตัวของโปรดิวเซอร์ช่องที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องสตูดิโอ สีหน้าของเขาซีดเผือดจนเห็นได้ชัด
"คุณฟ้าใส ดร.อคินครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
ทั้งสองคนหันขวับไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ
"มีคนส่งพัสดุกล่องปริศนามาหน้าสตูดิโอ จ่าหน้าถึงคุณฟ้าใสโดยเฉพาะ... และข้างในนั้น มันมีบางอย่างที่ระบบรักษาความปลอดภัยแจ้งเตือนว่าเป็นวัตถุอันตรายครับ!"
โปรดิวเซอร์หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดให้ทั้งคู่ดู ภาพนั้นปรากฏชายชุดดำสวมฮู้ดกำลังวางกล่องพัสดุกล่องหนึ่งไว้ที่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่น่ากลัวผ่านเลนส์กล้อง... และข้อความสั้นๆ ที่ถูกเขียนแปะไว้บนกล่องด้วยลายมือหวัดๆ ว่า:
*"ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว... แต่น่าเสียดาย ที่พวกแกจะไม่มีโอกาสได้พูดมันอีกต่อไป"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไขความลับไปกับเรานะครับ
เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม•ตอนที่ 21
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ไม่ได้เกิดจากพลังงานลึกลับ
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้หยุดเพ้อเจ้อด้วยทฤษฎีควอนตัม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!