"ถ้าคานตรงนี้แบกรับน้ำหนักตามแบบแปลนที่คุณสถาปนิกวาดมา ตึกหลังนี้คงไม่ได้ถล่มลงมาหรอกครับ... แต่มันคงพังครืนลงมาตั้งแต่ยังไม่ทันเทปูนชั้นสองด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องประชุมใหญ่ กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวบุคคลทั้งสองฝั่งโต๊ะ
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบ ดวงตาคมกวาดมองชายหนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงและรอยสักจางๆ ตรงข้อมือ ผู้ชายคนนี้คือ 'คิน' วิศวกรโครงสร้างตัวแสบที่บริษัทรับเหมาส่งตัวมาขัดขาเขาโดยเฉพาะ
สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่เริ่มตีรวน ปากร้ายๆ ของอีกฝ่ายทำเอาเส้นประสาทข้างขมับของเขากระตุกยิกๆ
"รบกวนช่วยใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์ให้ดีก่อนจะวิจารณ์งานคนอื่นนะครับ คุณวิศวกร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน "เส้นสายและสัดส่วนที่ผมดีไซน์ผ่านการคำนวณสุนทรียศาสตร์มาแล้ว มันคือหัวใจสำคัญของโครงการนี้ ถ้าคุณรื้อโครงสร้างตามอำเภอใจ ความสมบูรณ์แบบของตึกก็จะพังทลาย"
"สุนทรียศาสตร์กินไม่ได้หรอกครับคุณธันวา ตึกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนอยู่ ไม่ใช่เอาไว้ให้คนยืนชื่นชมความงามตอนมันถล่มทับหัว" คินยักคิ้วกวนๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่ยี่ห้อ ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนนิ่งที่เต็มไปด้วยความถือดีของคนตรงข้ามอย่างนึกสนุก "อีกอย่าง... ผมชอบท้าทายกรอบเดิมๆ ของพวกสถาปนิกหัวโบราณอยู่เรื่อย โดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุดในโปรเจกต์นี้"
ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดความมั่นใจที่ล้นปรี่จนน่าหมั่นไส้นั่นชะมัด ยิ่งอีกฝ่ายส่งยิ้มมุมปากส่งมาให้ ยิ่งทำให้เขาอยากเอาไม้บรรทัดเหล็กตีหัวทุยๆ นั่นสักที
"ถ้าคิดว่าผมหัวโบราณ ทำไมไม่ลองกางอีโก้แล้วแหกตาดูรายละเอียดตรงนี้ให้ดีล่ะครับ" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้า มือเรียวกดลงบนแปลนพิมพ์เขียวเพื่อเน้นย้ำจุดที่อีกฝ่ายกำลังสบประมาท "ตรงนี้... ช่องว่างรับแสงที่เชื่อมต่อโครงสร้างเหล็ก ถ้าคุณเสริมเสารับน้ำหนักเข้าไปตามที่คุณต้องการ แสงธรรมชาติจะถูกบล็อก สถาปัตยกรรมชิ้นนี้จะไร้ความหมายทันที"
คินไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวตามเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกระดาษ ทำให้ธันวาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"แต่ถ้าไม่เสริมเสาตรงนั้น... เวลาลมพายุเข้า ตึกนี้จะกลายเป็นเครื่องดนตรีขนาดยักษ์ที่ส่งเสียงหวีดหวิวเพราะแรงลม และโครงสร้างอาจจะบิดตัว" คินกระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปัดผ่านปลายจมูกของคนตัวบาง "คุณอยากได้ตึกสวยๆ ที่พร้อมจะพัง หรืออยากได้ตึกที่ปลอดภัยจนอยู่รอดไปอีกร้อยปีล่ะครับ... คุณสถาปนิกคนเก่ง"
ธันวาชะงัก ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่ซ่อนความดื้อรั้นเอาไว้เต็มเปี่ยม หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งด้วยความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น เขาอยากจะถอยหลังหนีเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนต้องเชิดหน้าขึ้นสู้
"ผมไม่เคยทำงานครึ่งๆ กลางๆ และตึกของผมไม่มีวันพัง... อุ๊บ!"
ประโยคที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกเสียงดังปัง! พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทผู้จัดการโครงการที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คุณธันวา! คุณคิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... หน้าไซต์งานหลัก ทรุดตัวลงมาแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดความรู้สึก•ตอนที่ 1
แบบแปลนที่ไม่ลงตัว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดความรู้สึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
