เซฟโซนของนายซุปตาร์ตกอับกับโปรดิวเซอร์ปากจัด•ตอนที่ 1

จุดตกต่ำของซุปตาร์

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"เซ็นยกเลิกสัญญาซะ... แล้วทุกอย่างมันจะจบ" เสียงของทนายความประจำค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องประชุมสีขาวสะอาดตา แต่สำหรับ ‘ธันวา’ แล้ว มันไม่ต่างอะไรกับเสียงพิพากษาประหารชีวิตทั้งเป็น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยังคงนั่งนิ่งหลังตรง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับอยู่บนบิลบอร์ดใจกลางเมืองนับร้อยจอ ปรากฏรอยยิ้มเยาะหยันส่งให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารสีขาวบนโต๊ะกระดาษแผ่นนั้นมีค่าแค่เศษกระดาษทิชชúในสายตาของเขา ทว่ามันกลับมีอำนาจพอที่จะลบชื่อเสียง หยาดเหงื่อ และความฝันตลอดเจ็ดปีทิ้งไปในพริบตา "ผมถามจริง ๆ เถอะครับพี่พล... ข่าวหน้าหนึ่งเมื่อคืน มันทำให้บริษัทขายหน้าขนาดที่ต้องเขี่ยผมทิ้งทันทีเลยหรือไง ทั้งที่พวกเราเพิ่งกวาดรางวัลยอดขายอันดับหนึ่งมาหยก ๆ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแตะลึกถึงขั้วหัวใจ แม้ภายในอกจะร้อนระอุราวกับมีกองไฟสุม พล ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย เขาปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนสูทราคาแพง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตศิลปินเบอร์หนึ่งของค่ายด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย "อย่ามาเล่นลิ้นหน่อยเลยธันวา นายไม่ใช่เด็กอมมือ ข่าวฉาวเรื่องเสพยาและทำร้ายร่างกายในผับเมื่อคืนนี้ มันไม่ใช่แค่ทำให้บริษัทขายหน้า แต่มันกำลังจะทำให้หุ้นของเราดิ่งลงเหว นักลงทุนถอนทุนคืนหมดแล้ว นายคิดว่าฉันควรเอาอนาคตของเด็กฝึกอีกเป็นร้อยชีวิตมาแลกกับซุปตาร์ขาลงอย่างนายหรือไง?" คำว่า 'ซุปตาร์ขาลง' กระแทกเข้าที่กลางหน้าอกของธันวาเต็มแรง มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธเกรี้ยวตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่เขารู้ดีว่าการโวยวายไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ในวงการนี้... ผลประโยชน์คือพระเจ้า และเมื่อหมดประโยชน์ เขาก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งที่ถูกเตะไล่ส่ง "ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ทำล่ะ?" ธันวาเค้นเสียงถาม ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไม่หลบสายตา "ถ้าผมบอกว่าภาพพวกนั้นมันตัดต่อ และผมโดนวางยา... พี่เคยคิดจะฟังผมสักนิดไหม?" พลแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลน "หลักฐานมันคาตา นายจะแก้ตัวยังไงก็ได้ ทางค่ายตัดสินใจแล้ว เซ็นซะ... แล้วเราจะออกแถลงการณ์ว่านายขอพักงานเพื่อรักษาตัว ปิดฉากสวย ๆ แบบนี้น่าจะดีที่สุดสำหรับนายแล้วนะ" เอกสารสัญญาฉบับเดิมถูกเลื่อนเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น ธันวาก้มมองมันเนิ่นนาน ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องประชุมจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน เจ็ดปีที่ผ่านมา... เขาทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการร้องเพลง การแต่งเพลง และการสร้างรอยยิ้มให้แฟนคลับ แต่สุดท้าย เมื่อเกิดวิกฤต คนที่เคยยกย่องเขากลับเป็นกลุ่มแรกที่ถีบเขาลงจากหน้าผา ความไว้วางใจที่เขาเคยมีให้ใครต่อใคร มันช่างไร้ค่าสิ้นดี รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ธันวาหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษอย่างไม่ลังเล ลายเซ็นหวัด ๆ ถูกเขียนลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะโยนปากกาคืนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "ผมเซ็นให้แล้ว... จากนี้ไป ผมกับ [ชื่อค่าย] เป็นอันสิ้นสุดกัน" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่ยังคงความหยิ่งทะนงแม้ในวินาทีที่ตกต่ำที่สุด เขาเดินออกจากห้องประชุมนั้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผู้จัดการที่เคยร่วมงานกันมานาน ทว่า... โลกความเป็นจริงภายนอกห้องประชุมนั้นโหดร้ายยิ่งกว่า ทันทีที่ก้าวพ้นประตูตึกกระจก เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนนับสิบชีวิตก็สาดเข้าใส่ใบหน้าจนพร่ามัว เสียงตะโกนคำถามละลานตาละลานหูดังเซ็งแซ่ "จริงไหมคะที่ธันวาโดนค่ายเฉดหัวทิ้งเพราะติดยา?" "คุณธันวาจะออกมาขอโทษเหยื่อที่ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อไหร่คะ?" "หมดอนาคตแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ!" ธันวาเม้มปากแน่น กัดฟันกรอดเพื่ออดกลั้นความรู้สึกอัดอั้น เขาใช้แขนเสื้อกันแสงแฟลชและฝ่าวงล้อมของผู้สื่อข่าวที่กรูเข้ามาประชิดตัว การ์ดรักษาความปลอดภัยของตึกเข้ามาช่วยกันตัวเขาออกไปได้ในที่สุด แต่ภาพความอัปยศอดสูเหล่านี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว และมันกำลังแพร่สะพัดไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียด้วยความเร็วแสง ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง... จากศิลปินผู้ทรงอิทธิพล ธันวากลายเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ ไม่มีค่ายเพลงไหนกล้ารับ ไม่มีงานอีเวนต์ไหนกล้าจ้าง และไม่มีใครในวงการบันเทิงกล้าแม้แต่จะกดไลก์รูปภาพของเขา รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดนิ่งสนิทหน้าคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ธันวาเปิดประตูเดินลงมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เขาขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นบนสุด ไขกุญแจเข้าห้องพักส่วนตัวที่มืดสนิท ปิดล็อกประตู และทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเงียบงันโอบล้อมรอบตัว แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าภายนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาเป็นเงาสลัว ธันวาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่กว้างไหวริกเล็กน้อยอย่างคนที่แบกรับความกดดันไว้ไม่ไหว แต่น้ำตาสักหยดก็ไม่มีวันไหลออกมาให้ใครเห็น... คนอย่างธันวา ไม่มีวันอ่อนแอให้โลกได้สมเพช ครืด... ครืด... เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทดังขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะมีใครสักคนที่ยังเชื่อใจเขา หน้าจอแสดงชื่อของ ‘ผู้กำกับค่ายเพลงอิสระ’ คนหนึ่งที่เขาเคยแต่งเพลงให้อย่างสนิทสนม ธันวากดรับสายทันทีด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ปกติที่สุด "ฮัลโหลครับพี่..." -(เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดเข้ามา)- "ธันวาเหรอ... คือแบบนี้นะน้อง งานโปรเจกต์ที่เราคุยกันไว้... ทางผู้ใหญ่เขาโทรมาสั่งยกเลิกว่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ ช่วงนี้แกพักผ่อนไปก่อนเถอะ... อย่าเพิ่งติดต่อมาอีกเลย" ติ๊ด! สายถูกตัดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ธันวานั่งนิ่งค้างอยู่ที่เดิม โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงเบาหวิว ความมืดมิดในห้องกว้างดูเหมือนจะบีบอัดเข้ามาเรื่อยๆ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อตระหนักได้ว่านี่คือ 'จุดตกต่ำที่สุด' ของชีวิตอย่างแท้จริง ไม่มีเงินทอง ไม่มีชื่อเสียง และไม่มีที่ยืนในสังคม ก๊อกๆ ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหันในยามวิกาล ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในเวลานี้... จะมีใครกล้ามาหาคนที่ตกเป็นจำสังคมอย่างเขาอีก? หรือจะเป็นนักข่าวที่ตามรอยมาเจอ? เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปที่ประตูหน้าห้องอย่างระแวดระวัง มือหนาบิดลูกกลอนและดึงประตูเปิดออกเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่อยู่เบื้องหลังบานประตูนั้น ทว่า... คนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงหน้า กลับไม่ใช่ทั้งนักข่าวหรือเจ้าหนี้ แต่เป็นผู้ชายร่างโปร่งในเสื้อฮู้ดสีดำสนิท ดวงตาเรียวรีคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแลดูเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด คีย์... โปรดิวเซอร์มือทองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและเกลียดศิลปินเหลาะแหละเข้าไส้ ยืนมองหน้าอดีตซุปตาร์เนื้อตัวมอมแมมด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ธันวาต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง "หมดสภาพพดูไม่ออกเลยหรือไงซุปตาร์... เลิกทำหน้าเหมือนหมาโดนทิ้งแล้วเก็บกระเป๋าซะ เพราะนายต้องไปทำงานกับฉันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความดาร์กและเคมีร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายซุปตาร์ตกอับกับโปรดิวเซอร์ปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%