กลิ่นหมึกพิมพ์บลูปรินท์ที่เพิ่งออกจากเครื่อง plotter ยังไม่ทันจางหายดี เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังก้องไปทั่วชั้นยี่สิบแปดของอาคารสำนักงานใหญ่
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินรดา"
อคินก้าวเข้ามาในห้องทำงานกระจกใส ไร้การเคาะประตูล่วงหน้า เนคไทผ้าไหมสีชาดของเขาคลายออกเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยหยักของกล้ามเนื้อลำคอที่ไหวตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นถี่ แว่นตากอบกุมกรอบโลหะสีไทเทเนียมสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนในยามค่ำคืน ร่างสูงสง่าหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนแบบ ที่ซึ่งโมเดลโครงการ "The Genesis" ชิ้นสุดท้ายวางสงบนิ่งอยู่บนแท่นไม้สักทอง มันคือผลงานชิ้นเอกที่กลั่นกรองจากหยาดเหงื่อและอุดมการณ์อันบริสุทธิ์ของหญิงสาวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากปลายปากกาเรпиจ์ที่เธอกำลังเก็บรายละเอียดเส้นคอนทัวร์สุดท้าย เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยเปื้อนคราบกราไฟต์จางๆ ที่มุมข้อมือ
"ไฟไม่ได้มีไว้กลัวครับ, คุณอคิน... ไฟมีไว้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่คนที่หนาวเหน็บ หรือไม่ก็เผาผลาญพวกเหลือบไรที่เกาะกินเมืองนี้จนอดสู" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ แฝงอยู่
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอึดอัดระคนชื่นชม เขาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนขอบกระจกใสของโมเดล สัมผัสถึงความประณีตของโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบ Parametric ที่ออกแบบให้ลมธรรมชาติพัดผ่านได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ
"คุณคิดจริงๆ หรือว่ากลุ่มทุนของตระกูลบูรพาสมบัติ จะปล่อยให้ตึกที่ประกาศสงครามกับระบบระบายความร้อนผูกขาดของพวกเขาสร้างเสร็จสมบูรณ์บนแผ่นดินนี้?" อคินโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่บาดลึกถึงโสตประสาท "พวกเขาสั่งซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงทั้งหมดแล้ว และคืนนี้... เอกสารสิทธิ์การเวนคืนฉุกเฉินจะถูกเซ็นอนุมัติจากอธิบดีกรมโยธาธิการ เหตุผลคือโครงสร้างของคุณละเมิดกฎหมายระยะร่นและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม... ข้อหาเดียวกับที่พวกเขาใช้ทำลายสถาปนิกไร้เงาทุกคนก่อนหน้านี้"
ปลายปากกาในมือของรินรดาหยุดชะงักลงทันที
เธอนิ่งเง็งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่เขาคาดหวัง ตรงกันข้าม มันกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทายที่ดุดันราวกับสัตว์ป่าที่รอคอยการล่ามาเนิ่นนาน
"คุณรู้ล่วงหน้า... หรือคุณเป็นคนร่างเงื่อนไขข้อกฎหมายเหล่านั้นให้พวกเขาตั้งแต่แรกกันแน่ครับ, นักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ" รินรดาถามกลับ น้ำเสียงเจือรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ
อคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขาจ้องมองหญิงสาวราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มนั้น
"ถ้าผมเป็นคนร่าง... ผมคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อเตือนคุณหรอก, รินรดา" อคินถอนหายใจยาว แววตาไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม "ผมเกลียดคนอวดดี... แต่ผมเกลียดความพ่ายแพ้ของคนที่ถือหางความถูกต้องมากกว่า ตระกูลบูรพาสมบัติต้องการทำลายผลงานชิ้นนี้ ไม่ใช่เพราะมันผิดกฎหมาย แต่เพราะมัน 'ถูกต้อง' เกินไปจนทำให้ความอัปยศของตึกกระจกแอร์คอนดิชั่นนรกของพวกเขากลายเป็นสิ่งน่าขบขันในสายตานานาชาติ"
บรรยากาศภายในห้องกระจกแคบลงทันตาเห็น แรงกดดันทางจิตวิทยาระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานสู่จุดเดือด กลิ่นอายของความพินาศและชัยชนะเคล้าคลออยู่ในอากาศราวกับควันไฟที่รอประกายไฟดวงสุดท้าย
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกไป เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงฉานสลับขาวสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกจากตึกฝั่งตรงข้าม พร้อมๆ กับเสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นมาจากชั้นล่าง
*เพล้ง!*
รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอทันทีว่านี่ไม่ใช่เหตุเพลิงไหม้ปกติ แต่เป็นการบุกรุกโดยกลุ่มทุนมืดที่ต้องการทำลายหลักฐานและโมเดลชิ้นนี้ให้ราบคาบก่อนรุ่งสาง
"พวกเขามาเร็วกว่าที่คาดไว้..." อคินสบถเบาๆ มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของหญิงสาวไว้แน่นโดยอัตโนมัติ "ไปทางบันไดหนีไฟ เดี๋ยวนี้!"
"ปล่อยฉันค่ะ—เอ๊ย... ปล่อยผม... ปล่อยฉัน!" รินรดาพยายามสะบัดข้อมือออก แต่แรงบิดมหาศาลจากชายหนุ่มกลับดึงรั้งเธอให้ขยับตามอย่างไม่ยอมให้ขัดขืน
"เลิกดื้อด้านแล้วฟังผม! ในลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานของคุณ มีแฟลชไดรฟ์สีดำอยู่ใช่ไหม?" อคินตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่แสบแก้วหู ใบหน้าคมสันอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาจริงจังไร้ซึ่งความหยิ่งผยองใดๆ หลงเหลืออยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องบางสิ่งที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้น
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณรู้เรื่องแฟลชไดรฟ์นั้นได้ยังไง? นั่นคือข้อมูลสิทธิ์การถือครองที่ดินแท้จริงที่ฉันรวบรวมมาตลอดห้าปี..."
"เพราะผมเป็นคนส่งเบาะแสให้คุณค้นหามันยังไงล่ะ!" อคินสวนกลับเสียงดังลั่น ก่อนที่เขาจะกระชากเธอให้หลบวิถีกระสุนปืนเก็บเสียงที่ทะลุกระจกเข้ามาฝังลงบนผนังปูนด้านหลังอย่างเฉียดฉิว
กระสุนนัดแรกสงบลง ทิ้งรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุมไว้บนกระจกใส ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบจะเริ่มดังขึ้นจากหน้าประตูลิฟต์ ใกล้เข้ามาทุกที... ทุกที...
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องทำงานกระจกใสสามครั้งดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัย ทั้งที่ประตูกำลังถูกพังด้วยชะแลงจากภายนอก รินรดาและอคินหันขวับไปมองพร้อมกันด้วยความระแวงขีดสุด
ที่หน้าประตู... เงาร่างของชายชราในชุดสูทสากลเรียบร้อยผู้หนึ่ง กำลังยืนถือร่มด้ามไม้เท้าอย่างสง่างาม แม้สถานการณ์รอบตัวจะกำลังลุกเป็นไฟ เขากลับยกย่องริมฝีปากขึ้นน้อยๆ ส่งยิ้มให้ทั้งคู่ผ่านกระจกใส พร้อมกับชูซองเอกสารตราครุฑสีแดงสดขึ้นช้าๆ
"ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาลนะครับ... แต่ดูเหมือนว่า 'ตัวจริง' ของคดีนี้ เพิ่งจะเดินทางมาถึงศาลเตี้ยแห่งนี้พอดี"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบททดสอบอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปครับ
สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ•ตอนที่ 27
จุดวิกฤตของเมืองใหม่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!