เสียงกระดาษแผ่นบางกระทบกับผิวโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงที่ดังพอจะทำให้ใครสะดุ้ง แต่สำหรับรินรดาแล้ว แรงสั่นสะเทือนจากปลายนิ้วที่สัมผัสกับแฟ้มข้อมูลนั้นกลับหนักหน่วงราวกับค้อนทุบลงกลางใจ
เอกสารสัญญาว่าจ้างฉบับร่างระหว่างบริษัท 'เอช.เค. พรอปอร์ตี้' คู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของบริษัทเธอกับกลุ่มทุนอิสระเบื้องหลังโครงการประกวดแบบระดับชาติ กำลังนอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า ปรากฏชื่อของที่ปรึกษาโครงการอิสระที่ถูกเซ็นกำกับไว้อย่างชัดเจน—อคิน
รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่อ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับหวังว่าตัวหนังสือเหล่านั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นข้อความอื่น แต่มันไม่ได้เปลี่ยน... ลายเซ็นหวัดๆ ที่เคุ้นตา ซึ่งเธอเคยเห็นผ่านงานวิจารณ์ศิลปะเฉียบคมมานับครั้งไม่ถ้วน กลับปรากฏอยู่บนเอกสารลับของฝั่งคู่แข่งในโปรเจกต์ที่บริษัทเธอกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงต้นคอ มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวในทันทีทันใด แต่เป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัว รินรดาขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาสั่นระริก เธอนึกย้อนไปถึงคำพูดของเขาเมื่อค่ำคืนก่อน ในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชาดำและควันซิการ์จางๆ อคินเคยจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน พลางเอ่ยประโยคที่ทิ้งปริศนาคาใจ
*“คุณคิดว่าโลกสถาปัตยกรรมมันสะอาดบริสุทธิ์ขนาดนั้นเชียวหรือครับ รินรดา... บางครั้ง เงาสะท้อนที่คุณเห็นในกระจก อาจไม่ใช่เงาของตัวคุณเอง แต่เป็นมือของใครบางคนที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังต่างหาก”*
ในตอนนั้นเธอกคิดว่ามันเป็นเพียงคำพูดเยาะเย้ยถากถางตามสไตล์นักวิจารณ์ปากร้าย แต่ในเวลานี้ เมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญนอนอยู่ตรงหน้า ความหมายของประโยคเหล่านั้นกลับกระจ่างชัดจนน่าตกใจ อคินไม่ได้เป็นแค่นักวิจารณ์อิสระผู้ยืนอยู่บนหอคอยงาช้างเพื่อคอยพิพากษาผลงานของคนอื่นอย่างเป็นกลาง แต่เขามีส่วนได้เสียโดยตรงกับเกมธุรกิจสีเทานี้... เกมที่เธอกำลังเอาทั้งจิตวิญญาณและอุดมการณ์เข้าแลก
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบพับแฟ้มเอกสารเก็บเข้าที่เดิมด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความรีบร้อนทำให้ปลายกระดาษมุมหนึ่งยับย่น แต่เธอไม่มีเวลามาใส่ใจเสียแล้ว เมื่อเงาร่างสูงโปร่งทอดผ่านกระจกฝ้าของห้องเก็บเอกสาร รินรดาจึงต้องซ่อนตัวตนและความตื่นตระหนกไว้ภายใต้หน้ากากความเรียบเฉยอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอทันที
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างนุ่มนวล ร่างสูงของอคินก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟวินเทจเหนือศีรษะตกกระทบโครงหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นคม เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดจางๆ บนท่อนแขนที่ดูทรงพลังและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน สายตาคมกริบของเขาคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รินรดา
"คุณลงมาทำอะไรในที่อับชื้นแบบนี้ครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความระแวงเล็กน้อยแต่นุ่มนวลจนน่าประหลาด "ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับผู้ช่วยสถาปนิกจะมาใช้เวลาค้นหาแรงบันดาลใจนะครับ"
รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา พยายามควบคุมลมหายใจและจังหวะการเต้นของหัวใจให้สงบนิ่งที่สุด เธอมองลึกลงไปในดวงตาคู่สีเข้มที่ซ่อนความลับมากมายไว้เบื้องหลัง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เย็นชาและคมคายพอๆ กับที่เขาชอบใช้
"ฉันแค่กำลังมองหาอากาศบริสุทธิ์ค่ะ... เอ่อ หมายถึง บรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อคิดงานต่างหากล่ะคะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พยายามไม่ให้พิรุธใดๆ เล็ดลอดออกไป แม้ในใจจะอยากขว้างเอกสารฉบับนั้นใส่หน้าเขาเสียเหลือเกิน
อคินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่เธอมักอ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟคั่วเข้มโชว์แตะจมูก
"อากาศบริสุทธิ์หาไม่ได้จากห้องใต้ดินหรอกนะครับ" อคินโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ริมหูของเธอ น้ำเสียงแฝงนัยยะลึกล้ำชวนขนลุก "ยิ่งถ้าคุณกำลังค้นหาอะไรที่ไม่สมควรหา... บางทีมันอาจจะตลบกลับมาทำลายคุณเสียเอง"
รินรดาไม่ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เขาส่งมาอย่างไม่ลดละ ดวงตาคู่สวยสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"ถ้าความจริงมันจะทำลายฉัน..." รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบตอบกลับด้วยความนิ่งสงบที่ทำให้อคินชะงักไปชั่วขณะ "...อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนถือมีดอยู่เบื้องหลัง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ชั่วขณะหนึ่ง อคินนิ่งงันไป ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นลึกกว่าเดิม ราวกับเขากำลังสนุกสนานกับเกมกระดานที่เริ่มเดาทางยากขึ้นทุกที
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงฝีเท้าฝีตีนรีบร้อนของยามรักษาความปลอดภัยก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนก
"คุณรินรดาครับ! อยู่ข้างล่างนี่หรือเปล่าครับ แย่แล้วครับ... บอร์ดบริหารเรียกประชุมด่วนตอนนี้เลยครับ!"
รินรดาละสายตาออกจากใบหน้าของอคินช้าๆ หัวใจของเธอกลับมากระหน่ำรัวอีกครั้งเมื่อรู้ว่าการเรียกประชุมด่วนกลางดึกนี้เกี่ยวข้องกับอะไร เธอย่างเท้าเดินผ่านร่างสูงของเขาไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่ก่อนที่เธอจะพ้นประตูห้อง เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของอคินก็ดังไล่หลังตามมาด้วยประโยคที่ทำให้เธอต้องหยุดชะงักฝีเท้าทันที
"ระวังตัวไว้ให้ดีนะครับ รินรดา... เพราะเอกสารบนโต๊ะตัวนั้น ไม่ใช่หลักฐานชิ้นเดียวที่คุณยังมองไม่เห็น"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเปราะบางและคมความคิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ•ตอนที่ 18
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงา กับนักวิจารณ์ผู้ปราศจากหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!