ในห้องควบคุมสุญญากาศชั้นที่สี่สิบสอง แสงสีฟ้าอมม่วงจากจอโฮโลแกรมขนาดมหึมาทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของเอเลียส คล้ายรอยฟกช้ำจากห้วงอวกาศที่ไร้กาลเวลา นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือใยสังเคราะห์สีดำกำลังเคาะลงบนแผงควบคุมเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายเสียงหัวใจที่เต้นด้วยความเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ในความเงียบงันที่ถูกรบกวนด้วยเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องกำเนิดพลังงานควอนตัม
"คุณกำลังทำให้ความอดทนของฉันหมดลง เอเลียส"
เสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นจากทางด้านหลัง โดยไม่ต้องหันไปมอง เขาก็รู้ว่าเป็นใคร รินก้าวเข้ามาในห้องควบคุมด้วยฝีเท้าที่แทบไร้เสียง รองเท้าบูทโลหะผสมกระทบกับพื้นกระจกใสที่มองทะลุลงไปเห็นห้วงอวกาศเบื้องล่าง เส้นผมสีเงินยวงถูกรวบเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ รอยยับบนเครื่องแบบหน่วยนิรภัยไม่มีให้เห็นแม้แต่น้อยหล่อนคือระเบียบวินัยที่เดินได้ และเขาก็คือก้อนความโกลาหลที่พยายามจัดระเบียบจักรวาล
เอเลียสยังคงไม่ละสายตาจากชุดข้อมูลจิตวิญญาณที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า "ความอดทนเป็นคุณสมบัติของคนที่มีเวลาเหลือเฟือ ริน... แต่ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังจะหมดเวลา ก่อนที่ระบบระบายความร้อนของนาฬิกาทรายจะละลายสมองของพลเมืองในเซกเตอร์เจ็ดเสียก่อน"
รินหยุดยืนอยู่เคียงข้างเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้พอที่จะได้กลิ่นจางๆ ของโอโซนผสมกับกลิ่นกระดาษโบราณ—สิ่งของผิดกฎหมายที่เอเลียสมักเก็บไว้ในห้องทำงาน สายตาคมกริบของหล่อนกวาดมองผ่านหน้าจอข้อมูลที่กำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงระเรื่อ
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคุณประชดประชันระบบ" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงอีกระดับ "รายงานประจำสัปดาห์ควรจะส่งให้สภาความมั่นคงตั้งแต่เมื่อสามชั่วโมงก่อน แต่ข้อมูลที่คุณรับผิดชอบกลับยังค้างอยู่ในสถานะ 'กำลังตรวจสอบ' มันเกิดอะไรขึ้น เอเลียส? อย่าบอกนะว่าหน่วยความจำควอนตัมของคุณเกิดอาการอยากพักร้อนขึ้นมาอีก"
เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหաբพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปี เขากดปุ่มเรียกชุดข้อมูลดิบขึ้นมากลางอากาศ ภาพจำลองสามมิติของ 'สายธารจิตวิญญาณ' ปรากฏขึ้น เป็นเส้นแสงนับล้านที่ไหลเวียนเชื่อมต่อความทรงจำของมนุษย์เข้ากับแกนกลางของเนบิวลา
"ถ้ามันเป็นแค่เรื่องหน่วยความจำรวน ผมคงนอนหลับสบายไปนานแล้ว" เอเลียสพูดพลางหันมาสบตากับริน ดวงตาคู่สีเทาเข้มของเขาว่างเปล่าและลึกล้ำราวกับหลุมดำ "ดูนี่สิ ริน... เซกเตอร์สามสิบสี่ ความทรงจำของเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านกระบวนการถ่ายโอนเมื่อคืนวาน"
รินขมวดคิ้วเล็กน้อย หล่อนก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้นจนไหล่เกือบชนกัน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนี้สร้างกระแสไฟฟ้าสถิตบางอย่างขึ้นระหว่างคนทั้งสอง—ความดึงดูดทางความคิดของมืออาชีพผู้หยัดยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์
"ก็แค่ความทรงจำในวัยเด็ก... การจากไปของสัตว์เลี้ยง มันเป็นขยะข้อมูลที่ต้องถูกลบทิ้งอยู่แล้วตามกฎระเบียบข้อที่เก้า" รินวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเชิงระบบ
"ถูกต้อง มันควรจะถูกลบทิ้ง" เอเลียสเน้นเสียงทีละคำ ดวงตาจ้องมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอีกฝ่าย "แต่ปัญหาคือ... ข้อมูลก้อนนี้ไม่ได้ถูกลบ มันกำลัง *เติบโต*"
รินชะงักไปเล็กน้อย ลมหายใจของหล่อนสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยนิ่งสงบฉายแววความตระหนกวาบผ่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามสัญชาตญาณการปกป้องตนเอง "เติบโต? ความทรงจำไม่มีชีวิต เอเลียส คุณก็รู้ดีว่าตัวเลขทางคณิตศาสตร์ไม่เคยมีความรู้สึก"
"นั่นคือสิ่งที่ระบบพยายามบอกเรามาตลอดสามร้อยปี" เอเลียสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับหล่อนเต็มตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว "แต่คุณลองดูรหัสอ้างอิงตรงนี้สิ มันไม่ใช่ความผิดพลาดของโค้ด แต่มันคือ 'เจตจำนง'... มีใครบางคนกำลังแทรกแซงโครงสร้างจิตวิญญาณของพลเมืองผ่านนาฬิกาทรายเนบิวลา และพวกเขากกำลังเขียนความทรงจำปลอมเข้าไปแทนที่อดีตที่แท้จริง"
ห้องควบคุมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเตือนภัยเบาๆ จากมุมจอที่ถูกเมินเฉย รินนิ่งเงียบไปนาน หล่อนจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่แค่เรื่องงานอีกต่อไป แต่มันคือการปะทะกันระหว่างโลกที่หล่อนเชื่อมั่น—โลกที่ขับเคลื่อนด้วยกฎระเบียบและความมั่นคง—กับโลกที่เอเลียสแบกรับไว้ โลกที่เต็มไปด้วยเศษซากความทรงจำอันเจ็บปวดที่มนุษย์ควรจะลืมเลือน
"ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูของสภาสูง..." รินกระซิบ เสียงของหล่อนเบาราวกับเสียงกระซิบของลมในสุญญากาศ "เซกเตอร์ทั้งหมดจะถูกรีเซ็ต รวมถึงตัวคุณด้วย เอเลียส คุณรู้ใช่ไหมว่าการขุดคุ้ยเรื่องนี้มันหมายถึงอะไร"
"มันหมายถึงเรากำลังใช้ชีวิตอยู่บนคำโกหกขนาดมหัศจรรย์ไงล่ะ ริน" เอเลียสตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลย "และผม... เบื่อเต็มทีกับการเป็นเครื่องมือที่คอยกวาดล้างความทรงจำของคนอื่น เพื่อให้พวกคุณนอนหลับได้อย่างสนิทใจ"
รินเม้มริมฝีปากแน่น มือของหล่อนยกขึ้นหมายจะกดปุ่มตัดการเชื่อมต่อฉุกเฉินเพื่อระงับการตรวจสอบของเอเลียส แต่นิ้วเรียวนั้นกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อจู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน
ความมืดมิดโรยตัวลงอย่างกะทันหัน มีเพียงแสงไฟสีแดงฉุกเฉินที่กะพริบถี่เป็นจังหวะ สาดแสงวับแวมกระทบโครงหน้าของทั้งสองคนให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนในวิหารโบราณ
ก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากถาม ระบบเสียงประกาศอัตโนมัติของสถานีก็ดังขึ้น—ไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงซ่าของคลื่นวิทยุที่ขาดๆ หายๆ ราวกับมาจากสถานที่ที่ไกลโพ้นข้ามกาแล็กซี
*[คำเตือน... ตรวจพบการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต... แหล่งที่มา: นอกขอบเขตเนบิวลา...]*
เอเลียสขมวดคิ้ว เขาหันขวับกลับไปมองที่แผงควบคุมหลักที่ตอนนี้กลับมาติดอีกครั้งโดยอัตโนมัติ แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่ชุดข้อมูลจิตวิญญาณของเซกเตอร์เจ็ดอีกต่อไปแล้ว
มันคือข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว ที่เขียนด้วยลายมือของเขาเอง—ลายมือที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นของตัวเอง... แต่เขาไม่เคยเขียนมันขึ้นมาเลยในชาตินี้
รินก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความนั้นด้วยกันกับเขา
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง เมื่อประโยคนั้นปรากฏชัดขึ้นทีละตัวอักษร:
*‘เอเลียส... อย่าหันหลังกลับ เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณตอนนี้... ไม่ใช่ริน’*
ดวงตาของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง เขายังไม่ทันได้ขยับกล้ามเนื้อส่วนใดเพื่อพิสูจน์ความจริง รินที่ควรจะยืนอยู่เคียงข้างเขาเมื่อครู่ กลับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาข้างใบหู—เสียงหัวเราะที่แหบพร่า เย็นเยียบ และไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทั้งสิ้น
"คุณฉลาดเกินไปจริงๆ นะ เอเลียส... น่าเสียดายที่รู้ตัวช้าไปนิดเดียว"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
*— เนบิวลาสตาร์*
วิศวกรวิญญาณกับนาฬิกาทรายแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 1
สัญญาณรบกวนในความว่างเปล่า
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณกับนาฬิกาทรายแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
