ทนายสาวมือหนึ่งกับอดีตสามีที่ขอโอกาสไถ่บาป•ตอนที่ 1

แฟ้มคดีแรกที่ศาลครอบครัว

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงกระแทกค้อนไม้ของท่านผู้พิพากษาดังก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของผู้คนที่นั่งอยู่เต็มห้องพิจารณาคดีสีเทาทึบ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดและเอกสารทางกฎหมายนับร้อยหน้าที่ถูกเปิดผ่านอย่างเร่งรีบ รภัทรยืนนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทนายความฝั่งโจทก์ ร่างระหงในชุดสูทผ้าทวีตสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นความเฉียบคมและน่าเกรงขาม ใบหน้ารูปไข่เรียบนิ่งราวกับประติมากรรมหินอ่อน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาฉายแววเด็ดเดี่ยว เยือกเย็น และไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ ทั้งสิ้น แผลเป็นในอดีตที่เคยถูกกรีดลึกลงกลางใจถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นเกราะเหล็กหนา ที่แม้แต่ความทรงจำสีเทาในอดีตก็ไม่อาจเจาะทะลวงเข้ามาได้อีก "ฝ่ายโจทก์ มีอะไรจะแถลงเพิ่มเติมอีกหรือไม่ครับ คุณรภัทร" เสียงทุ้มต่ำของผู้พิพากษาดังขึ้นฉุดรภัทรให้หลุดจากภวังค์ เธอกวาดสายตาคมกริบไปยังฝั่งตรงข้าม—ฝั่งจำเลยที่มีเก้าอี้สีดำว่างเปล่ามาตลอดครึ่งชั่วโมงของการพิจารณาคดี ก่อนที่บานประตูไม้บานใหญ่ทางด้านหลังจะถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ปกรณ์ก้าวเข้ามาในห้องพิจารณาคดีด้วยท่าทางสง่างามและเยือกเย็นดังเช่นเคย ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บพิเศษราคาแพงระยับ เรือนผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่แผ่นหลังของทนายความสาวฝั่งโจทก์ แผ่นหลังที่เขาเคยโอบกอดด้วยความละเลยและเย่อหยิ่งในอดีต... แผ่นหลังของผู้หญิงที่เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ได้หลุดลอยจากมือเขาไปไกลแสนไกลแล้ว ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบด้านข้างของเธอ รภัทรในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่คอยนั่งรอเขาอยู่บนโซฟาตัวเดิมในห้องชุดเพנט์เฮาส์มืดมิดอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป เธอคือ "ทนายภัทร" มือหนึ่งผู้กุมชัยชนะในคดีครอบครัวมาแล้วนับไม่ถ้วน และวันนี้... เธอกำลังยืนอยู่ตรงข้ามเขา ในฐานะคู่กรณีทางกฎหมายที่จะพรากทุกอย่างที่เขารักไป เพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่เธอกับลูกควรจะได้รับ ปกรณ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งจำเลย เคียงข้างกับการะเกด ทนายความสาวสวยผู้มีรอยยิ้มมั่นใจประดับบนริมฝีปาก การะเกดส่งเอกสารบางอย่างให้เขาพร้อมกระซิบเบาๆ แต่รภัทรเห็นมันทั้งหมด... เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความสุภาพ และเห็นสายตาที่การะเกดยังคงมองอดีตสามีของเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอจำได้ดีว่ามันคืออะไร หัวใจของรภัทรไหววูบไปชั่วขณะ แต่ความเจ็บปวดนั้นถูกสกัดกั้นไว้ด้วยความโกรธและหยาดเหงื่อแห่งความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ก่อนจะหันกลับไปสบตากับอดีตสามีตรงๆ เป็นครั้งแรกในรอบห้าปี ดวงตาของปกรณ์ไหวระริก ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความคาดหวัง บัดนี้มันว่างเปล่า เย็นชา และราบเรียบ ราวกับเธอกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งบนท้องถนน ไม่มีคราบน้ำตา ไม่มีร่องรอยของความตัดพ้อ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของนักล่าที่พร้อมจะขยี้คู่ต่อสู้ให้จมดิน "ทางเราขอคัดค้านการยื่นหลักทรัพย์ของฝ่ายจำเลยค่ะท่านผู้พิพากษา" เสียงหวานกังวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องพิจารณาคดี รภัทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะด้วยจังหวะจะโคนหนักแน่น "ทรัพย์สินที่ฝ่ายจำพยายามซุกซ่อนและโอนถ่ายในช่วงสามเดือนก่อนการฟ้องหย่า ไม่ใช่สินสมรสที่สามารถนำมาประเมินร่วมในคดีนี้ได้ตามอำเภอใจ และดิฉันมีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตแล้วว่า มีเจตนาปกปิดอำพรางทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการแบ่งสินสมรสอย่างชัดเจนค่ะ" การะเกดรีบยกมือขึ้นแย้งทันที "คัดค้านค่ะท่าน ฝ่ายโจทก์กล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีน้ำหนักเพียงพอ..." "ดิฉันไม่ได้กล่าวหาลอยๆ ค่ะ ทนายการะเกด" รภัทรหันไปมองหน้าทนายสาวรุ่นน้องด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "เอกสารหมายเลข ภ.ส. 42 หน้าที่สาม บรรทัดที่สิบสอง ระบุชัดเจนถึงชื่อบัญชีนรินทร์โฮลดิ้งส์ ซึ่งมีชื่อของจำเลยถือหุ้นใหญ่ และมีการโอนเงินออกไปยังบัญชีปลายทางในต่างประเทศเมื่อวันที่สิบห้าเดือนก่อน... ถ้าคุณการะเกดยังไม่ได้อ่านเอกสารชุดนี้อย่างละเอียด ดิฉันยินดีจะบรรยายสรุปให้ฟังอีกรอบนะคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดีทันที การะเกดหน้าเสียไปเล็กน้อย รีบก้มลงพลิเอกสารในแฟ้มของตนเองอย่างลิบลับ ขณะที่ปกรณ์หันไปมองทนายความของตนด้วยสายตาตำหนิ ก่อนจะเบนกลับมามองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย เขารู้ว่าเธ่งเก่ง... แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า รภัทรในเวอร์ชันที่ผ่านการเจียระไนด้วยความเจ็บปวด จะมีความคมกริบและน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้ ทุกคำพูดของเธอไม่ใช่แค่การโต้แย้งทางกฎหมาย แต่มันคือการประกาศสงครามที่ไม่มีวันประนีประนอม ปกรณ์นิ่งเงียบตลอดการไต่สวน สายตาของเขาไม่ได้มองเอกสารแม้แต่แผ่นเดียว เขากลับเอาแต่มองใบหน้านั้น... ใบหน้าที่เขาเคยทอดทิ้งให้อยู่กับความโดดเดี่ยว ใบหน้าที่เคยมีหยาดน้ำตาไหลรินยามที่เขาเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง มือหนาใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่น ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานนับปีประเดประเดเข้ามาจนหายใจไม่ออก เขาพยายามที่จะ 'ไถ่บาป' พยายามที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอกลับมา แต่ยิ่งเขาเข้าใกล้ กำแพงที่เธอสร้างขึ้นกลับยิ่งสูงและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ "ศาลขอพักการพิจารณาเป็นเวลาสิบห้านาที เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายไปตกลงเรื่องตัวเลขสินสมรสขั้นต้นอีกครั้ง" เสียงทุ้มของผู้พิพากษาดังขึ้น พร้อมกับค้อนไม้ที่เคาะลงอีกครั้งเป็นสัญญาณพักเบรก ผู้คนเริ่มทยอยลุกออกจากห้องพิจารณาคดี รภัทรเก็บเอกสารทั้่งหมดใส่กระเป๋าหนังสีดำอย่างเป็นระเบียบ ท่าทางของเธอนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ภัทร..." เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง รภัทรชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋า เธอนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความเข้มแข็งทั้งหมดกลับมา แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนขวางทางเดินอยู่ ปกรณ์ก้าวเข้ามาใกล้เธอในระยะที่ได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย—กลิ่นที่เคยอบ อวลอยู่ในบ้านหลังเก่าของพวกเขาก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง "เรา... คุยกันหน่อยได้ไหมภัทร เรื่องของเรา เรื่องน้องต้นกล้า..." ปกรณ์เอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช รภัทรเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ แววตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม "ระหว่างเรา ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะคุณปกรณ์ นอกเหนือจากเรื่องในสำนวนคดี... และจำไว้ว่า ลูกชายของดิฉัน ไม่เคยมีพ่อชื่อปกรณ์ค่ะ" พูดจบ รภัทรก็สะบัดหน้าหนี เดินเลี่ยงผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ปกรณ์ยืนนิ่งงันอยู่กลางทางเดิน หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกบดขยี้เป็นชิ้นๆ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะหันหลังเดินกลับออกไป สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารใบโตที่วางพิงอยู่กับเก้าอี้แถวหน้าสุด ซึ่งรภัทรน่าจะลืมหยิบติดมือไป เอกสารแผ่นหนึ่งปลิวหลุดออกมาจากแฟ้มที่ปิดไม่สนิท เผยให้เห็นตัวอักษรหัวกระดาษตัวโตที่ทำให้ลมหายใจของปกรณ์สะดุดกึก **'ผลการตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Paternity Test)'** และชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดล่างสุดในฐานะเด็กชายผู้เป็นเจ้าของตัวอย่าง... คือชื่อของเด็กชายวัยเจ็ดขวบคนนั้น... เด็กผู้ชายที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบาดแผลและความแค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสาวมือหนึ่งกับอดีตสามีที่ขอโอกาสไถ่บาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%