ร่างสูงสง่าของกวินทร์ที่ก้าวออกมาจากเงาผนังไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่รินรดาเท่ากับประกายตาไหวระริกที่ฉายชัดอยู่ภายในดวงตาคมกริบของคิรากรในยามนี้ อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลละเอียด กำลังยืนนิ่งค้างราวกับรูปปั้นสลักที่ถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ เมื่อเผชิญหน้ากับรอยยิ้มเยือกเย็นของผู้ชายอีกคนที่เข้ามาทำหน้าที่ดูแลปกป้องสิ่งที่เขาสมควรจะรักษาไว้ด้วยชีวิตมาตั้งแต่แรก
ความเงียบงันที่กดดันเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ น้องลีโอในอ้อมแขนของรินรดากะพริบตาปริบๆ ก่อนที่เด็กชายวัยสองขวบจะเอียงคอเล็กน้อยอย่างฉุกคิด มือป้อมยื่นออกไปคว้าชายเสื้อสูทราคาแพงของคิรากรที่ยังคงยืนบังร่างของสองแม่ลูกเอาไว้ไม่ยอมขยับเขยื้อน ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างกำลังกระซิบให้เด็กน้อยรับรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือเจ้าของสายเลือดเดียวกัน แม้หัวใจดวงน้อยจะยังไร้เดียงสาก็ตามที
“คุณคิรากร… ถอยหน่อยค่ะ ลูกอึดอัด” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดและห่างเหิน เธอขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง พร้อมกับส่งสายตาเชิงขอบคุณไปยังกวินทร์ที่เดินเข้ามาสมทบอย่างรู้จังหวะ
“ริน… ผมแค่อย…” คิรากรพยายามจะเอ่ยคำแก้ตัว เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งบัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช สายตาคู่คมกวาดมองไปที่เด็กชายในอ้อมแขนของอดีตภรรยาด้วยความเวทนาและโหยหา ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อตระหนักได้ว่าทุกสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทอง หรืออำนาจ ล้วนไม่มีค่าอะไรเลยหากเทียบกับรอยยิ้มเพียงน้อยนิดของเด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้
“อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเลยค่ะ มันน่าสมเพชเกินกว่าที่คุณจะทำตัวเป็นพ่อผู้แสนดีในตอนนี้” รินรดาตอกกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนที่กลั่นออกมาจากรอยแผลเป็นในอดีต เธอไม่หลบสายตาคิรากรอีกต่อไปแล้ว ความอ่อนแอที่เคยมีถูกชะล้างด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในวันเก่า จนเหลือเพียงความแข็งแกร่งของผู้หญิงคนหนึ่งที่พร้อมปกป้องลูกชายสุดหัวใจ
กวินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดา มือหนาวางลงบนไหล่บางของเธอเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นคง ภาพนั้นบาดตาคิรากรจนเลือดในกายแทบจะเดือดพล่าน ความหึงหวงและความสำนึกผิดตีรวนกันจนแยกไม่ออก แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากห้ามปราม เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้… ล้วนเป็นผลงานจากความโง่เขลาของตัวเขาเองทั้งสิ้น
“ลีโอครับ… มาหาปะป๋าหน่อยเร็วกคนเก่ง” คิรากรตัดสินใจคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เขาไม่สนใจศักดิ์ศรีหรือมามาดนักธุรกิจหมื่นล้านที่เคยแบกรับไว้อีกต่อไป ดวงตาคมกริบทอประกายเวทวอนขอความเห็นใจจากเด็กชายตัวน้อย ส่งยิ้มที่พยายามฝืนทำให้อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งจะทำได้
น้องลีโอขมวดคิ้วมุ่น มองผู้ชายตัวโตที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เด็กชายหันไปมองหน้ามารดาผู้ให้กำเนิดสลับกับกวินทร์ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด มือเล็กๆ ปล่อยจากชายเสื้อของคิรากร แล้วเอื้อมไปโอบรอบลำคอของรินรดาแน่น ซุกใบหน้าจิ้มลิ้มลงกับซอกคอของมารดา ราวกับต้องการปฏิเสธการมีตัวตนของชายแปลกหน้าผู้นี้อย่างชัดเจน
ภาพนั้นทำเอาหัวใจของคิรากรหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเจ็บปวดเสียดแท่นพุ่งกระฉูดขึ้นมาจนเขาต้องหลับตาลงแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ เขาช้าไป… ช้าเกินไปที่จะได้หัวใจของลูกน้อย
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและหม่นหมอง น้องลีโอกลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตใสแจ๋วราวกับลูกแก้วคริสตัลจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคิรากรที่กำลังแดงก่ำ เด็กชายไม่ได้ร้องไห้งอแงอย่างที่ผู้ใหญ่หวาดกลัว ปากจิ้มลิ้มขยับยิ้มน้อยๆ ออกมาอย่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ก่อนที่มือป้อมจะเอื้อมไปแตะที่แก้วสากระคายของคิรากรเบาๆ เป็นสัมผัสที่แผ่วเบาแต่ทรงพลังเหลือเกินในความรู้สึกของคนเป็นพ่อ
“ปะ… ป๋า?” เสียงเล็กๆ เอื้อnเอ่ยออกมาอย่างไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคิรากรราวกับเสียงระฆังแห่งการอภัยบาป
ร่างสูงของคิรากรถึงกับสะั่นสะท้าน หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นมานานไหลทะลักลงมาอาบสองแก้มอย่างไม่อายใคร เขารวบร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมอกทันทีที่รินรดายอมผ่อนแรงอุ้มและส่งเด็กน้อยให้ ความอบอุ่นจากสายเลือดเนื้อเชื้อไขที่แนบชิดติดแผ่นอกทำให้หัวใจที่ด้านชามานานหลายปีกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง ความรู้สึกตื้นตันใจจนแทบหายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู รินรดายืนมองภาพนั้นเงียบๆ หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตา ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีได้รับการเยียวยาลงทีละน้อย เมื่อเห็นว่าลูกชายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์งดงามที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เธอเคยได้รับ
ทุกอย่างควรจะจบลงด้วยความสุขสงบเช่นนี้… หากไม่มีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นเสียก่อน
“ช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าประทับใจเสียจริง… แต่น่าเสียดายนะคิรากร ที่นายอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้เวลานี้อีกนานเลยล่ะ”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้น พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกโยนลงแทบเท้าของเขาอย่างไม่ไยดี!
เพลิงกุหลาบดำขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครทุกตัวในนิยายเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งนะคะ
ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ•ตอนที่ 33
ของขวัญจากฟ้า
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนโซ่ตรวนสาสมใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!