"คิดไม่ถึงล่ะสิคะ ว่าคนที่คุณไว้ใจที่สุด... จะเป็นคนส่งพวกคุณไปลงนรกเอง?"
เสียงปลายสายตัดไปพร้อมกับสัญญาณรัวถี่ที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของเซฟเฮาส์ รินลดาปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดร่วงลงบนพื้นพรมอย่างไม่ไยดี ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นใจในทุกตารางนิ้วของห้องครัว ตอนนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตระหนกวาบผ่านนัยน์ตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กลไกการป้องกันตัวเองจะถูกดึงกลับมาควบคุมทุกสัดส่วนของร่างกายอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายไม่ได้มีแค่พวกเธอ... แต่พวกมันรู้ทุกความเคลื่อนไหว
"ตั้งสติค่ะ รินลดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมห้อง พรรษพรไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัว มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของเชฟสาวไว้แน่น แรงบีบนั้นพอเหมาะพอดีที่จะดึงสติให้รินลดาหลุดออกจากวังวนความตกใจ ปลายนิ้วของทั้งคู่เย็นเฉียบไม่แพ้กัน แต่แววตาของนักวิจารณ์สาวกลับแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า
"มันหมายความว่ายังไงคะ พรรษพร คนที่เราไว้ใจ... หรือว่าหมายถึง..." รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผาก สมองประมวลผลย้อนกลับไปยังบุคคลในแวดวงที่เธอไว้ใจที่สุดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"แปลว่าสายัณห์ไม่ได้ทรยศแค่เราคนเดียวค่ะ แต่เขากำลังเล่นเกมประสาทกับเรา" พรรษพรตัดบท น้ำเสียงเฉียบขาดและเต็มไปด้วยมันสมองระดับท็อปที่วิเคราะห์สถานการณ์ได้เร็วกว่าใคร "ถ้าพวกมันรู้ว่าเรากบดานอยู่ที่นี่ แปลว่าเซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วค่ะคุณเชฟ"
"แล้วเราจะทำยังไงคะ? วิ่งออกไปตอนนี้ก็เท่ากับเดินเข้าปากเสือสิคะ!" รินลดาเถียงกลับทันควัน ความเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ทำให้เธอเกลียดความไร้ระเบียบและความผิดพลาดที่สุด แต่วิกฤตินี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะมานั่งจัดระเบียบชีวิต "คุณก็รู้ว่าพวกมันต้องการอะไร พวกมันต้องการข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้น!"
พรรษพรไม่ตอบคำถามในทันที ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ ระยะห่างระหว่างพวกเธอตอนนี้แทบไม่มีเหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ พรรษพรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินลดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัวด้านหลัง
"ทางเดียวที่เราจะรอด และกระชากหน้ากากไอ้หนอนบ่อนไส้นั่นออกมา..." พรรษพรเว้นจังหวะ เสียงกระซิบต่ำชิดริมฝีปากนุ่มนวลแต่จริงจัง "คือเราต้องเล่นตามเกมของพวกมันค่ะ"
"เล่นตามเกม?"
"ใช่ค่ะ... แกล้งทำเป็นแตกคอกัน แกล้งทำเป็นระหองระแหง และใช้สถานะ 'คู่รักกำมะลอ' ที่คนอื่นเข้าใจ หลอกให้พวกมันตายใจว่าเรากำลังอ่อนแอที่สุด"
รินลดาเลิกคิ้วสูง ความคิดนี้บ้าบิ่นสิ้นดี แต่ในสถานการณ์หลังพิงฝาแบบนี้ มันกลับเป็นทางเลือกเดียวที่พอจะมีความหวัง "คู่รักกำมะลอเหรอคะ? ฉันเนี่ยนะจะแสดงเป็นคนรักกับคุณ ไร้สาระน่า!"
"ทำไมล่ะคะ หรือว่าคุณกลัว..." พรรษพรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย "กลัวว่าตัวเองจะอินกับบทบาทนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ?"
"ฉันไม่มีทางอินกับคนปากจัดอย่างคุณหรอกค่ะ!" รินลดาเชิดหน้าขึ้นปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจในอกข้างซ้ายกำลังเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายยิ่งกว่าปืนในมือของคนร้ายเสียอีก
"งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ" พรรษพรท้าทาย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเชฟสาวราวกับต้องการจะอ่านใจ "ถ้าไม่อยากให้พวกมันสงสัย ตอนนี้... เริ่มต้นบทบาทแรกของเราได้เลยค่ะ"
ยังไม่ทันที่รินลดาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา พรรษพรก็รวบเอวบางของเธอเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็วที่คาดไม่ถึง วงแขนแข็งแรงโอบกระชับแผ่นหลังเนียนไว้แน่น สัมผัสแนบชิดที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้ลมหายใจของรินลดาติดขัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าคมคายของนักวิจารณ์สาวโน้มต่ำลงมา—
*กริ๊ก!*
เสียงฝ่าเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูดังลั่นเข้ามา!
พรรษพรไม่รอช้า เธอใช้จังหวะนั้นแกล้งกดน้ำหนักตัวลงเบาๆ ให้รินลดาเซถลาไปพิงกับเคาน์เตอร์ครัว พร้อมกับเปล่งเสียงทะเลาะตบตาออกไปทันทีด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด รินลดา! ฉันไม่น่าเอาชีวิตมาเสี่ยงกับคนอย่างคุณเลย!" พรรษพรแกล้งตบมือลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังสนั่นเพื่อเรียกความสนใจจากคนที่กำลังพังประตูเข้ามา
รินลดาชะงักไปชั่ววินาที แต่ด้วยสัญชาตญาณความเอาตัวรอดระดับสูง เธอปรับอารมณ์ตามบทบาทได้อย่างรวดเร็วอย่างไร้ที่ติ เชฟสาวผลักอกพรรษพรออกแรงๆ ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความฉุนเฉียวที่ผสมผสานความจริงครึ่งหนึ่งไว้อย่างแนบเนียน
"ถ้าคิดว่าฉันเป็นตัวถ่วงนัก ทำไมไม่ไสหัวออกไปตั้งแต่แรกเล่าคะคุณพรรษพร! ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีหรอก!" รินลดาตวาดกลับเสียงดังลั่นห้อง น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความอัดอั้นตันใจที่ถูกบีบคั้นจากสถานการณ์
ประตูหน้าห้องถูกถีบพังโครมเข้ามาเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนสวมไอ้โม่งสีดำเดินถือปืนยาวพุ่งเข้ามาในห้องครัวทันที ทั้งสองสาวหยุดการแสดงลงชั่วขณะ หันไปมองผู้บุกรุกด้วยสายตาตื่นตระหนกที่สมจริงจนน่ากลัว
ชายคนกลางทำท่าจะยกปืนขึ้นเล็งมาที่พวกเธอ แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว—กระดาษโน้ตลายมือคุ้นเคยที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมราคาแพง
พรรษพรกวาดตามองกระดาษแผ่นนั้นแวบเดียว หัวใจก็กระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
นั่นไม่ใช่กระดาษที่พวกเธอเขียนทิ้งไว้... แต่มันคือลายมือของคนที่พวกเธอคิดว่า "ปลอดภัยที่สุด" และไว้ใจมาตลอด
รินลดาหน้าซีดเผือดเมื่ออ่านข้อความบนกระดาษนั้นชัดเจน หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง
*“ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... หวังว่าอาหารมื้อสุดท้ายจะถูกปากพวกเธอนะคะ”*
สิ้นเสียงหัวاะเยาะเบาๆ ที่ดังมาจากมุมมืดหลังตู้เก็บของ ประตูห้องนอนลับที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านในก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เธอกำลังยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น รอยยิ้มหวานหยดที่มุมปากนั้นช่างงดงามและคุ้นเคยเสียจนรินลดาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"แปลกใจเหรอคะ ริน..." เสียงหวานใสเอ่ยทักทาย พร้อมกับก้าวเท้าออกมาจากความมืดอย่างเชื่องช้า "บอกแล้วไงคะว่าในโลกนี้... ไม่มีใครน่ากลัวเท่ากับคนที่คุณรักที่สุดหรอก"
—ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวรสแซ่บและลุ่มลึกไปกับ "ดอกเดซี่ริมทาง" นะคะ—
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 27
กลยุทธ์หัวใจ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟสาวจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!