"ถ้าพวกคุณยังไม่ออกไปจากเขตโฉนดที่ดินของแม่ผมภายในสามวินาทีนี้ ผมจะใช้แท็บเล็ตเครื่องนี้เสกให้ผีตายซากในบ้านหลังนี้ลุกขึ้นมาเต้นสวิงกิ้งรอบเตียงพวกคุณจนกว่าจะรากเลือดกันไปข้างหนึ่ง!"
เสียงตวาดกร้าวของนลินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงบ้านไม้สักเก่าแก่ฝุ่นเขรอะ กลิ่นอับชื้นของหยากไย่และกลิ่นสาปสาส์นแห่งความโลภคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอหมอกยามบ่าย แท็บเล็ตหน้าจอทัชสกรีนรุ่นล่าสุดในมือเธอไม่ได้เปิดแอปพลิเคชันดูซีรีส์หรือเล่นโซเชียลมีเดีย แต่หน้าจอนั้นกำลังเรืองแสงสีชาดด้วยอักขระโบราณที่เธอเพิ่งใช้นิ้วเรียวยาวลากเส้นประจุอาคมลงไปสดๆ ร้อนๆ
ป้าสะใภ้จอมเขมือบและลูกพี่ลูกน้องหนุ่มพุงพลุ้ยที่กำลังยืนค้ำหัวเซ็นเอกสารโอนลอยบนโต๊ะไม้เก่าถึงกับสะดุ้งโหย่ง ใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะเย้ยหยันถอดสีกลายเป็นซีดเผือด เมื่อจู่ๆ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทั้งที่แดดข้างนอกยังเปรี้ยงปร่าง
"อีนลิน! นังเด็กนี่ กล้าดียังไงมาไล่ญาติผู้ใหญ่!" ป้าสะใภ้แผדเสียงแหลมปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว มืออูมอ้วนสั่นเทาชี้หน้าหลานสาว "บ้านหลังนี้ พ่อแม่แกตายไปแล้ว สมบัติทุกชิ้นต้องตกเป็นของกงสีตระกูลเวียงไชยเว้ย! แกเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว หายหัวไปเรียนกรุงเทพฯ ตั้งหลายปี กลับมาถึงก็ทำกร่างเรอะ!"
"กงสีบ้าบออะไรกันครับป้า? โฉนดตัวจริงยังอยู่กับแม่ผม และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ก็คือแม่ผมคนเดียว ไม่ใช่ชื่อกงสีที่ป้ากุขึ้นมาเพื่อฮุบที่ดินทำกินของชาวบ้านไปขายให้ตระกูลทุนจีนทุนหนาพวกนั้น"
ร้อยเอกภัทร ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดไปรท์สบายๆ แต่แผ่รังสีความน่าเกรงขามแบบนายทหารสนามรบดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันขวับ ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความเยือกเย็น มือหนาโอบเอวบางของนลินไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องในคราเดียวกัน
สัมผัสที่หกของภัทรบอกเขาชัดเจนว่า มุมมืดของบ้านหลังนี้ไม่ได้มีแค่ความสกปรก แต่มันมี "บางสิ่ง" ที่ถูกเลี้ยงไว้โดยฝีมือของคนตระกูลนี้ เพื่อคอยข่มขวัญและสูบพลังชีวิตคนในบ้านมานานหลายปี
"แกร... แกมันไอ้ทหารกระจอก พาผัวมาขู่เรอะ!" ลูกพี่ลูกน้องหนุ่มหน้าเลือดกัดฟันกรอด หยิบสากกะเบือเก่าที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมาถือไว้หมายจะเข้ามาประทุษร้าย "กฎหมายทำอะไรครอบครัวกูไม่ได้หรอกโว้ย ที่ดินแปลงนี้ กูจองจำนองไว้กับเสี่ยหงandแล้ว ได้เงินมาแบ่งกันครึ่งๆ แกสองคนไสหัวไปซะ!"
นลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวระยับด้วยความเย้ยหยัน เธอไม่แม้แต่จะหลบสายตาดุดันนั้น นิ้วเรียวเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ สามครั้ง
*กริ๊ก.*
เสียงคล้ายกลไกนาฬิกาโบราณดังขึ้นในห้วงอากาศ ทันใดนั้นเงาดำทะมึนที่สิงสถิตอยู่ใต้พื้นกระดานเรือนไทยก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ประตูหน้าต่างบ้านปิดกระแทกปังๆ พร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ลมพัดกรรโชกจนเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน ฝุ่นผงคละคลุ้งจนทุกคนต้องยกแขนขึ้นบังหน้า
"อยากลองของดีจากยุคไอทีผสมไสยศาสตร์สายดาร์กของฉันหน่อยไหมล่ะ?" นลินก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าว แสงเรืองรองจากแท็บเล็ตส่องกระทบใบหน้าคมสวยจนดูราวกับภูตสาวพราวเสน่ห์ "นี่คือแอปพลิเคชัน 'ปราบเกรียนล้างบางเปรตตระกูลเดียวกัน' เวอร์ชั่นล่าสุด... อยากรู้ไหมว่าถ้ากดปุ่ม 'ส่งกลับนรก' แล้ว วิญญาณเร่ร่อนที่พวกป้าเลี้ยงไว้มันจะหันมาเล่นงานใครก่อนระหว่างฉันกับพวกป้า?"
ป้าสะใภ้เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นเมื่อหันไปเห็นเงาดำรูปร่างประหลาดผุดขึ้นมาจากมุมห้อง ดวงตาสองข้างเป็นสีแดงฉานจ้องมองพวกนางด้วยความหิวกระหาย มันคือภูตผีที่พวกนางจ้างหมอผีต่ำช้ามาผูกไว้เพื่อขับไล่แม่ของนลิน แต่วันนี้... มันดันจำเจ้าของเก่าไม่ได้เสียแล้ว เพราะอาคมในแท็บเล็ตของนลินได้ทำการแฮกและรีเซ็ตระบบอาคมทั้งหมดให้ตกเป็นของเธอเรียบร้อย!
"ออกไป... ภัทร ช่วยผมจัดการหิ้วสองตัวนี่ออกไปนอกเขตบ้านทีครับ เหม็นกลิ่นความโลภจนแสบจมูกไปหมดแล้ว" นลินเอ่ยปากสั่งสามีหนุ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
ร้อยเอกภัทรพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เพียงพริบตาเดียว ร่างกายกำยำราวกับหินผาก็ก้าวเข้าไปล็อกแขนของสองแม่ลูกจอมสูบคนละข้างอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี แรงมหาศาลจากกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงทำให้สองแม่ลูกดิ้นไม่หลุดแม้แต่น้อย
"ปล่อยกูนะ! นังนลิน แกจะต้องเสียใจ!" เสียงโหยหวนด่าทอค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่ถูกเหวี่ยงออกไปนอกรั้วบ้านกระแทกพื้นฝุ่นตลบ ก่อนที่ประตูรั้วไม้จะถูกลงกลอนใส่หน้าอย่างแรง
ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านไม้สักโบราณอีกครั้ง นลินถอนหายใจยาวเหยียด ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โยกเก่าๆ พลางวางแท็บเล็ตคู่ใจลงบนตัก ภัทรเดินกลับเข้ามาภายในบ้าน ปิดหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือหนานวดคลึงหัวไหล่บางเบาๆ อย่างเอาใจใส่
"เหนื่อยไหมครับคุณภรรยา?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน แววตาที่มองเธอนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักใคร่และความภูมิใจ
"เหนื่อยกว่าสู้กับข้าศึกในสมรภูมิของพี่อีกค่ะ... เอ้ย ของพี่ภัทรนี่แหละ" นลินอมยิ้ม เอียงศีรษะซบกับฝ่ามืออุ่นของสามี "แต่ก็นะ ถือว่าเป็นการเปิดฉากกลับบ้านเกิดที่เร้าใจใช้ได้ ฟาร์มของเราที่โดนปล่อยทิ้งร้างจนหญ้าขึ้นรก ป้าพวกนั้นคงคิดว่าจะฮุบเอาไปขายแบ่งเงินกันสบายใจเฉิบ ฝันไปเถอะ!"
ภัทรหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง สู่พื้นที่รกร้างกว้างขวางหลายสิบไร่ที่เคยเป็นฟาร์มเกษตรผสมผสานอันรุ่งเรืองของครอบครัวภรรยา "แล้วแผนขั้นต่อไปของเราคืออะไรล่ะครับ หมอผีไอที? จะเริ่มเคลียร์พื้นที่ปลูกพืช หรือจะจัดการกับพวกนายทุนที่แอบมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ก่อน?"
"ยังไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ..." นลินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นิ้วเรียวแตะหน้าจอแท็บเล็ตเรียกหน้าต่างเมนูมิติลับขึ้นมา "ตอนนี้ สิ่งที่เราสองคนควรทำเป็นอันดับแรก... คือการจัดการกับความหิวค่ะ ขับรถมาเหนื่อยๆ แบบนี้ ท้องไส้เริ่มประท้วงแล้ว"
เธอปัดหน้าจอแท็บเล็ตสองสามครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้น พร้อมกับปรากฏกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากอากาศว่างเปล่ากลางห้องโถง กลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศสมุนไพรไทยแท้ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อย่างถ่านร้อนๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุมของบ้านไม้เก่า
ภัทรสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เมนูเด็ดที่ภรรยาสาวแอบซ่อนไว้ในมิติลับส่งกลิ่นเย้ายวนจนน้ำลายสอ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มลองอาหารจานเด็ดที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่หน้าบ้าน...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
"คุณนลินครับ! แย่แล้วครับ! ผลผลิตล็อตแรกที่คุณสั่งให้ระบบมิติลับเพาะปลูกไว้... ตอนนี้มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาพังโรงเรือนในตลาดมืดแล้วครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมอผีวัยรุ่นคนนี้เสมอนะครับ
หมอผีไอทีกับพลทหารสายมู: กู้ธุรกิจฟาร์มฝ่าดงผีดิบ•ตอนที่ 1
กลับบ้านมาเปิดร้าน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับพลทหารสายมู: กู้ธุรกิจฟาร์มฝ่าดงผีดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
