ฮองเฮาไร้ใจกับฮ่องเต้ผู้คลั่งรักในสุสานหยก•ตอนที่ 1

หยดเลือดบนเกล็ดหิมะ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เหล็กประทับตราหยกมังกรยังร้อนระอุอยู่บนแผ่นหลังของความจริง ขณะที่กลิ่นอายความอัปยศคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ในท้องพระโรงอันโอ่อ่า ลู่ซินถงมิได้หลั่งน้ำตาสักหยด นางเพียงแต่มองหยดเลือดสีแดงฉานที่หยดติ๋งลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวนวล รองเท้าผ้าปักลายหงส์ของนางเปรอะเปื้อนเศษเกล็ดหิมะที่ละลายปนกับโคลนตมจากด้านนอก ความหนบหนาวเหน็บเสียดกระดูกมิอาจเทียบเท่าความเย็นชาในอกเสื้อที่นางเคยซุกซ่อนดวงใจเอาไว้ให้บุรุษผู้ประทับนั่งบนบัลลังก์มังกร "ลู่ซินถง... เจ้าไม่มีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือ" สุ้มเสียงของหลงเทียนหยูราบเรียบและไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังพิพากษาคดีความของทาสผู้ต่ำต้อย หาใช่หญิงสาวที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านคืนวันอันยากลำบากมาด้วยกันไม่ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ลายมังกรทองทอดพระเนตรลงมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใดจะหยั่งถึง เบื้องพระพักตร์ของพระองค์คือสนมเอกมู่หรงอวี้ผู้กำลังซบพระนงคาลอย่างออดอเซาะ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของนางสนมผู้นั้นถูกซ่อนไว้ภายใต้คราบน้ำตาจอมปลอมอย่างแนบเนียน "แก้ตัวหรือเพคะ?" ซินถงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของนางแห้งผากและบาดลึกจนผู้ที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ นางเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์คมคายนั้นอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาดั่งกระบี่น้ำแข็งคู่นั้นสะท้อนเงาของฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจ "หม่อมฉันเอาสิ่งใดไปแก้ตัวกับฝ่าบาท ในเมื่อพระองค์ทรงปักปรำและตัดสินความในพระ ทัยไปตั้งแต่ก่อนที่มหาดเล็กจะลากตัวหม่อมฉันมาที่นี่เสียอีก" "สามห่าว!" ขันทีเฒ่าข้างพระกายแผדเสียงตวาดลั่น "บังอาจต่อหน้าพระพักตร์!" "ปล่อยนาง" หลงเทียนหยูตรรัสสั่งด้วยพระสุ้มเสียงที่กดต่ำลง ทอดพระเนตรอดีตฮองเฮาผู้เคยพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาท แต่วันนี้กลับมีเส้นผมหลุดรุ่ยและอาภรณ์ยับเยิน ใบหน้างดงามที่เคยนวลเนียนบัดนี้ซีดเซียวไร้เลือดฝาด ทว่ากลับฉายแววหยิ่งทะนงจนพระองค์ทรงรู้สึกเจ็บแปลบที่ขั้วหัวใจอย่างประหลาด "ลู่ซินถง... ในเมื่อเจ้าปฏิเสธความผิด และหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าตระกูลลู่ของเจ้าสมคบคิดกับกบฏ ราชสำนักย่อมละเว้นโทษตายให้ไม่ได้... แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อน เราจะไว้ชีวิตเจ้า" "ไว้ชีวิต..." ซินถงทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นางกวาดสายตามองบุรุษผู้เคยให้คำสัตย์สาบานว่าจะปกป้องนางด้วยชีวิต "ทรงพระกรุณาเหลือเกินเพคะ ทรงถอดถอนตำแหน่งฮองเฮา ริบราชูปโภค และเนรเทศหม่อมฉันไปยัง 'ตำหนักเย็น' สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหลุมศพคนเป็น... เช่นนี้ยังเรียกว่าการไว้ชีวิตอยู่อีกหรือเพคะ ฝ่าบาท" "ที่นั่นเหมาะสมกับคนอกตัญญูเช่นเจ้าที่สุดแล้ว" มู่หรงอวี้เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ทว่าแฝงด้วยพิษร้าย "พระองค์ทรงเมตตามากแล้วนะเพคะพี่ซินถง หากเป็นสนมผู้อื่น คงถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรไปนานแล้ว" ซินถงหันไปมองมู่หรงอวี้ ชั่วพริบตานั้นรังสีอำมหิตจากร่างบางก็แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลง นางไม่เอ่ยคำใดตอบโต้กับสุนัขรับใช้ที่กำลังได้ใจ แต่วินาทีที่นางหมุนตัวเดินหันหลังให้บัลลังก์มังกร เพื่อก้าวเดินออกไปสู่เส้นทางแห่งความตายที่ถูกกำหนดไว้ นางได้ฝังรอยแผลเป็นและความแค้นลึกซึ้งลงในดวงวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำราวกับจะทัก-ทายผู้มาเยือนใหม่ ตำหนักเย็นรกร้างและเต็มไปด้วยกลิ่นอัปยศของความตาย ไม่มีโคมไฟสักดวง ไม่มีเตาผิงอุ่นๆ มีเพียงความมืดมิดและหยาดน้ำค้างแข็งที่เกาะอยู่ตามบานหน้าต่างไม้ผุๆ ซินถงทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้แข็งกระด้าง ความหนาวเหน็บเริ่มกัดกินเนื้อผ้าและผิวเนื้อจนชาดิก ทว่าความเจ็บปวดทางกายยังน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับไฟแค้นที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก นางยกมือขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน ท่ามกลางซากปรักหักพังของความรักและการทรยศ "ลูกแม่..." นางกระซิบกับความว่างเปล่า หยดน้ำตาที่กลั้นมาตลอดทางร่วงหล่นกระทบหลังมือ "เจ้ากับแม่จะต้องรอด... และเมื่อถึงเวลา วันที่พวกมันเหยียบย่ำเรา จะต้องชดใช้ด้วยเลือดทุกลิตร" ณ ท้องพระโรงที่เดิม หลงเทียนหยูยังคงประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์ แม้ร่างระหงของนางจะลับสายตาไปนานแล้ว แต่กลิ่นอายอันเย็นชาและแววตาดุดั่งคมกระบี่คู่นั้นยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด พระองค์ทรงรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจอย่างรุนแรง ราวกับว่าเมื่อครู่มิใช่การเนรเทศนักโทษ แต่มันคือการขับไล่ดวงใจของพระองค์เองออกไปจากอก ขณะที่ความเงียบงันกำลังครอบงำ มหาดเล็กคนสนิทก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ในมือถือห่อผ้ากำมะหยี่เก่าคร่ำครึที่ถูกเก็บตกได้จากพื้นตำหนักของอดีตฮองเฮา "ทูล... ทูลฝ่าบาท กระหม่อมพบสิ่งนี้ตกอยู่บนแท่นบรรทมเดิมของพระนางลู่ซินถงพ่ะย่ะค่ะ" หลงเทียนหยูขมวดพระขนมเข้าหากันอย่างไม่ใส่พระทัยนัก "มันคืออะไร" "กระหม่อมไม่กล้าเปิดดูพ่ะย่ะค่ะ แต่มันมีตราประทับลับ... และมีเส้นผมของเด็กทารก พร้อมกับบันทึกแพทย์หลวงที่ระบุถึง... อาการตั้งครรภ์เมื่อสามเดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ!" พระเนตรคมกริบของฮ่องเต้เบิกกว้างขึ้นในทันที พระองค์ทรงผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์ด้วยความเร็วที่แม้แต่มหาดเล็กยังต้องผถงถอย พระหัตถ์หนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะคว้าห่อผ้าพับนั้นขึ้นมาเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามิใช่เพียงแค่บันทึกการตั้งครรภ์ แต่เป็น... ผ้าอ้อมปักลายประหลาดที่พระองค์คุ้นตาอย่างยิ่ง และเส้นผมสีดำสนิทกระจุกเล็กๆ ที่ร่วงหล่นลงมาบนฝ่าพระหัตถ์ มิใช่แค่ทายาท... แต่มันคือสายเลือดที่พระองค์ทรงผลไสไล่ส่งไปสู่ความตายด้วยพระหัตถ์ของตนเอง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดและหนาวเหน็บนี้กับ "มิคายามวิกาล" นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮองเฮาไร้ใจกับฮ่องเต้ผู้คลั่งรักในสุสานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%