“ถ้ามันจะตาย ก็ปล่อยให้มันตายไปในกระท่อมนั่นเสีย! เปลืองข้าวเปลืองน้ำเปล่าๆ สะใภ้ไร้ประโยชน์แบบนี้ เก็บไว้ก็มีแต่จะสร้างหนี้เพิ่ม!”
เสียงตวาดแหลมสูงของนางเฉินดังทะลุผ่านผนังดินเหนียวที่ผุพังเข้ามา กรีดผ่านความเงียบงันจนดูเหมือนจะทำให้ฝุ่นละอองในอากาศสั่นไหว หลินฟางขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวเหมือนถูกรถบรรทุกชนแล่นพล่านไปทั่วร่าง ลำคอของเธอแห้งผากราวกับถูกกรอกด้วยทรายหยาบ
กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นสาบของฟางข้าวเก่าๆ คือสิ่งแรกที่สัมผัสได้ นี่ไม่ใช่ห้องครัวระดับมิชลินสตาร์ที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือกระท่อมโทรมๆ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง
“แม่ครับ... ฟางกำลังป่วยหนัก ถ้าไม่ให้เธอทานอะไรเลย เธออาจจะไม่รอดจริงๆ นะครับ” เสียงทุ้มต่ำแต่สั่นเครือดังขึ้นข้างๆ เตียง จางหยวนนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นดิน มือหยาบกร้านของชายหนุ่มเอื้อมมาแตะหน้าผากเธอเบาๆ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขานั้นสวนทางกับอากาศหนาวเหน็บภายในห้องอย่างสิ้นเชิง
“จางหยวน! แกยังกล้าเถียงฉันอีกรึ? แกเองก็เจ็บตัวจากสนามรบ เงินเดือนทหารก็น้อยนิด ถ้ามัวแต่เอาเงินไปซื้อยาให้เมียไร้ค่าแบบนี้ ทั้งบ้านเราก็อดตายกันหมดพอดี!”
เสียงรองเท้าไม้กระทบพื้นดินดังห่างออกไป พร้อมกับเสียงปิดประตูรั้วที่ปิดตายทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนทรมาน หลินฟางพยายามฝืนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าคือเพดานไม้ที่รั่วจนเห็นแสงแดดลอดผ่านเข้ามาเป็นเส้นๆ และชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาซูบตอบแต่แววตากลับฉายชัดถึงความเจ็บปวด
“คุณ... หิวน้ำ...” หลินฟางเค้นเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว
จางหยวนสะดุ้งสุดตัว เขารีบประคองศีรษะของเธอขึ้นอย่างทะนุถนอม “ฟาง! เจ้าฟื้นแล้ว! รอเดี๋ยว พี่จะไปต้มน้ำอุ่นมาให้”
แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะลุกขึ้น หลินฟางก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในจิตใจ เธอมองเห็น 'มิติห้องครัว' ของเธอที่ติดตัวมาด้วย ท่ามกลางความว่างเปล่าสีขาวโพลนในห้วงความคิด มีข้าวสารเพียงหนึ่งกำมือ ไข่ไก่หนึ่งฟอง และขิงสดที่เธอมักจะมีติดตัวไว้เสมอ
*ถ้าจะรอด... ต้องเริ่มจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด*
เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดึงแขนเสื้อของจางหยวนไว้ “อย่าเพิ่งไป... พี่หยวน ช่วยหยิบหม้อใบนั้นมาที ข้าจะทำบางอย่างให้ทาน”
จางหยวนขมวดคิ้วด้วยความฉงน “แต่เจ้าไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งเลยนะ”
“เชื่อข้า... ถ้าอยากให้ข้ารอด ก็ทำตามที่ข้าบอก” ดวงตาของหลินฟางคมกริบและเด็ดเดี่ยว แววตาของอดีตเชฟผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อวัตถุดิบที่จำกัดทำให้จางหยวนต้องยอมจำนน เขาหยิบหม้อเหล็กใบเก่าเขม่าดำขึ้นมาวางบนเตาฟืนขนาดเล็กตามคำสั่ง
หลินฟางหลับตาลง สมาธิจดจ่อกับมิติในใจ เธอถ่ายโอนข้าวสารและไข่ไก่ผ่านปลายนิ้วลงไปในหม้ออย่างแนบเนียน เธอสั่งให้จางหยวนจุดไฟ แม้จะเป็นเตาฟืนที่ติดยากแสนยาก แต่ด้วยทักษะการควบคุมเปลวไฟที่หลินฟางฝังอยู่ในสัญชาตญาณ เธอจึงชี้นำให้เขาสุมฟืนจนไฟลุกโชนอย่างพอเหมาะ
กลิ่นหอมของข้าวต้มเริ่มโชยออกมา มันไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่มันคือกลิ่นของข้าวใหม่ที่ผ่านการคั่วเบาๆ จนหอมฟุ้ง ตัดกับความเผ็ดร้อนสดชื่นของขิงที่เธอบดลงไปเล็กน้อย เสียงเดือดปุดๆ ในหม้อเหล็กกลายเป็นดนตรีแห่งชีวิตที่ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของทั้งคู่
จางหยวนเบิกตากว้าง เขาไม่เคยได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอเช่นนี้มาก่อนในชีวิตท่ามกลางความอดอยากนี้ “ฟาง... นี่มัน...”
“ตักมาเถอะ” หลินฟางพูดพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก
เมื่อช้อนแรกแตะที่ริมฝีปาก รสชาติอันอบอุ่น ละมุนลิ้น และทรงพลังก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าดั่งถูกขจัดออกไปด้วยความกลมกล่อมของข้าวต้มที่ปรุงด้วยจิตวิญญาณแห่งเชฟ ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังตักข้าวเข้าปาก กลิ่นหอมอันเย้ายวนใจก็ลอยฟุ้งออกไปนอกหน้าต่าง กระจายไปทั่วหมู่บ้านอย่างไม่สามารถควบคุมได้
ทันใดนั้น เสียงกระแทกประตูดังโครมใหญ่!
นางเฉินพังประตูเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหิวโหย จมูกของนางฟุดฟิดเมื่อได้รับกลิ่นหอมเตะจมูก “นี่พวกแก! แอบกินอะไรกัน! ในบ้านไม่มีอะไรจะกินแล้ว แต่ทำไมถึงมีกลิ่นของดีแบบนี้!”
หลินฟางวางช้อนลงช้าๆ เช็ดมุมปากด้วยความสงบนิ่ง สายตาของเธอที่มองแม่สามีไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นสายตาของผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับดักเอง
“ของดีที่ท่านว่า... มันก็แค่ข้าวต้มที่เหลือจากการประหยัดของพวกข้า แต่แม่ครับ...” หลินฟางเว้นจังหวะให้ลมหายใจสอดประสานกับเสียงเตาฟืนที่ปะทุ “ท่านแน่ใจหรือว่าท่านจะแย่งชามนี้ไปจากมือข้าได้ ในเมื่อตอนนี้ทั้งหมู่บ้านกำลังได้กลิ่นความหอมนี้... และถ้าคนอื่นรู้ว่าบ้านเรามีของอร่อยกินกัน ทั้งที่ท่านบอกว่าเรายากจน ท่านคิดว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร?”
นางเฉินชะงักกึก มือที่เอื้อมมาจะคว้าชามสั่นระริก สายตาที่เหลือบไปเห็นเงาคนเดินผ่านหน้าต่างกระท่อมเริ่มทำให้หลินฟางรู้ว่า... เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งชีวิตในบทแรกนี้ด้วยกันนะครับ
กาแฟโบราณแก้วโต
สูตรลับฉบับเชฟมือฉมังในชนบท: ปฏิวัติเตาฟืนยุค 80•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายด้วยกลิ่นข้าวต้ม
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเชฟมือฉมังในชนบท: ปฏิวัติเตาฟืนยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
