เงื่อนไขหัวใจ: ให้ดีไซเนอร์ปากร้ายกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผม•ตอนที่ 1

โปรเจกต์นรกกับคนไม่ถูกชะตา

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยหนาเตอะดังปัง สะท้อนก้องห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีขาวนวลตา บรรยากาศภายในห้องเวลานี้เย็นเยียบเสียยิ่งกว่าช่องแช่แข็ง แม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะถูกตั้งไว้ที่ยี่สิบห้าองศาก็ตาม "ถ้าคิดจะเสนอไอเดียแนวสตรีทอาร์ตเลอะเทอะลงบนคอนโดลักชูรีใจกลางสุขุมวิทแบบนี้... ผมแนะนำให้คุณเก็บเอกสารกลับไปคุยกับเด็กอนุบาลแถวบ้านยังจะมีประโยชน์เสียกว่าครับ คุณพาย" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นเรียบสนทนาจนน่าขนลุก แต่ละคำถูกเน้นย้ำด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี ศิla หรือ ศิลา อินทีเรียดีไซเนอร์หนุ่มมือหนึ่งผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบขั้นสุด นั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าคมคายนั้นไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาหลังกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกผลงานที่ผ่านเข้ามาในสายตา พาย อาร์ตไดเรกเตอร์สาวสุดเปรี้ยวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ชะوักมือที่กำลังจะหยิบปากกา เธอนิ่งค้างไปสามวินาที—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความกรุ่นโกรธที่พุ่งปรีDขึ้นมาจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวถูกยกขึ้นอย่างท้าทาย เธอค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน "อ้อ... งั้นเหรอคะ เอ้ย... งั้นเหรอครับ" พายแกล้งทำเป็นกระแอมแก้เขินเมื่อเกือบเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเยาะหยัน "ดีไซเนอร์ผู้สูงส่งอย่างคุณศิลา คงมองเห็นโลกเป็นแค่ตารางสีเทากับเส้นตรงแข็งกระด้างสินะคะ ถึงได้แยกไม่ออกระหว่าง 'งานศิลปะที่มีชีวิต' กับ 'ห้องสี่เหลี่ยมตายซาก' ที่คุณพยายามยัดเยียดให้ลูกค้า" ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองตรงไปยังศิลาอย่างไม่มีหลบตา เธอนั่งไขว่ห้างสะบัดข้อเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงเล็กน้อย เป็นภาษาทางกายที่บ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังท้าทายอำนาจมืดของเขาอย่างเต็มที่ ศิลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดคนนอกกรอบ และเกลียดที่สุดคือคนที่กล้ามาต่อปากต่อคำกับเขาโดยไม่มีความเกรงกลัวในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์อย่างเขาเลยสักนิด "งานสถาปัตยกรรมและอินทีเรีย มันคือศาสตร์และศิลป์ที่ต้องมีความประณีต แม่นยำ และคงทนเหนือกาลเวลาครับ ไม่ใช่แฟชั่นฉาบฉวยที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ชั่ววูบของคนบางคน" ศิลาเน้นเสียงหนักที่คำว่า *คนบางคน* พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่นระยะห่างระหว่างเขากับเธอบนโต๊ะประชุมยาวเหยียด "ถ้างานของฉันมันฉาบฉวย แล้วโปรเจกต์มูลค่าพันล้านที่ผ่านมาของบริษัทคุณหลุดมาถึงมือฉันได้ยังไงล่ะคะ คุณศิลาคนเก่ง?" พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ด้วยความถือดี "อ้อ หรือว่าที่คุณต้องมาร่วมงานกับ 'เด็กอนุบาล' อย่างฉัน ก็เพราะบอร์ดบริหารเขาเห็นฝีมือ... หรือเขาเวทนาที่คุณไม่มีปัญญาคิดงานนอกกรอบเองกันแน่?" บรรยากาศในห้องประชุมระอุขึ้นจนแทบจะมีประกายไฟแลបแปลบปลาบ นนท์ โปรเจกต์เมเนเจอร์หนุ่มผู้รับหน้าที่เป็นกาวใจประจำออฟฟิศ ถึงกับต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดพรายบนหน้าผาก เขาขยับตัวยุกยิก สลับมองหน้าศิลาที่นิ่งสนิทดั่งหินผา กับพายที่นั่งกอดอกเชิดหน้าชูตาอย่างไม่ยอมแพ้ "เอ่อ... ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณศิลา คุณพายครับ" นนท์รีบแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างสงครามประสาท "เราถูกบอร์ดบริหารสั่งมาเฉพาะกิจเพื่อโปรเจกต์ 'The Monument' นี้นะครับ ถ้าพวกคุณสองคนตีกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเขียนแบบแรก มีหวังโปรเจกต์นี้ได้กลายเป็นสุสานร้างก่อนจะทันได้ตอกเสาเข็มแน่ๆ ครับ" "ผมไม่ได้เริ่มก่อนนะครับคุณนนท์" ศิลาเหลือบสายตาคมกริบมองโปรเจกต์เมเนเจอร์หนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจดจ้องที่หญิงสาวฝั่งตรงข้าม "ผมแค่พูดความจริงบนพื้นฐานของความเป็นมืออาชีพ ซึ่งดูเหมือนว่า... มันจะเกินความเข้าใจของบางคนไปหน่อย" "ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะหาแฟนไม่ได้ไปจนตายนะครับคุณอินทีเรียหน้าหยก" พายสวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอโน้มตัวเข้าหาเขาเช่นกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ลอยมาปะทะจมูกคมของศิลา ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อดวงตาคมเข้มของเขาบังเอิญสบเข้ากับดวงตาสุกใสที่เต็มไปด้วยความพยศของหญิงสาว หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของชายหนุ่มกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่พยายามจะดึงเขาให้หลุดออกจากกรอบความเยือกเย็นที่สร้างไว้ ชายหนุ่มขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อดึงสติ รอยยิ้มเยาะถูกจุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอกที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้... แต่ดูท่าทางคุณแล้ว ห่วงตัวเองที่จะต้องมาทนทำงานร่วมกับผมอีกสามเดือนข้างหน้าให้รอดเสียก่อนดีกว่าครับ" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอยยิ้มเยือกเย็นฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน พายเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุดเท่าที่สมองจะประมวลผลได้ ทว่า... *แกร็ก!* เสียงเปิดประตูกระจกด้านหลังห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะคารมอย่างกะทันหัน ทุกสายตาภายในห้องหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ทุกลมหายใจในห้องสะดุด... สิ่งที่ทำให้ศิลาถึงกับเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย และทำให้พายชะงักค้างไปทันที คือแฟ้มเอกสารลับสุดยอดที่ถูกวางลงบนโต๊ะ พร้อมกับคำประกาศิตจากปากของประธานบริษัทที่เพิ่งเดินตามหลังเข้ามา "ขอโทษที่ขัดจังหวะการทำความรู้จักกันนะ... พอดีมีคำสั่งด่วนจากข้างบน" ประธานหนุ่มกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ศิลา... คุณต้องย้ายไปนั่งทำงานร่วมโต๊ะกับพายที่สตูดิโอฝั่ง Creative ตลอดสามเดือนนี้ เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" สิ้นเสียงนั้น ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ศิลาหันขวับกลับมามองหน้าพายที่ตอนนี้อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด และก่อนที่ใครสักคนจะทันได้เปล่งเสียงคัดค้านออกมา ประธานบริษัทก็หันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ศิลาและพายต้องเผชิญหน้ากันในระยะประชิด... ภายใต้เงื่อนไขนรกที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว --- *(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดประตูสู่โปรเจกต์นรกครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์)*
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนไขหัวใจ: ให้ดีไซเนอร์ปากร้ายกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%