เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนที่ไฟเพดานทั้งหมดในตัวอาคารจะดับพรึบลงพร้อมกับแรงกระตุกวูบใหญ่ที่ทำเอาหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“เกิดอะไรขึ้น!”
พายอุทานออกมาเสียงดังลั่น มือเรียวคว้าหมับเข้าที่แขนเสื้อสูทของศิลาตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงจากการที่ลิฟต์โดยสารตัวเก่งหยุดกะทันหันระหว่างชั้นสิบสองและสิบสาม ทำให้ทั้งคู่เสียหลักเซถลาเข้าหากันในพื้นที่จำกัดที่ไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ
จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เพิ่งผละออกจากกันด้วยความตกใจ ตอนนี้ร่างกายของพวกเขากลับแนบชิดติดกันยิ่งกว่าเดิม ศิลาใช้มือข้างหนึ่งยันผนังโลหะของลิฟต์ไว้เพื่อพยุงน้ำหนักไม่ให้ล้มทับร่างบาง ขณะที่แขนอีกข้างถูกมือของพายกำไว้แน่นจนเนื้อผ้าสูทราคาแพงยับย่น
ความมืดสนิทเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวจะสว่างขึ้นสะท้อนเงาโครงหน้าของทั้งคู่ให้เห็นลางๆ บรรยากาศภายในตู้สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้อัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่ตีรวนปะปนกันจนน่าเวียนหัว
“ปล่อยมือคุณก่อน พาย” ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณต้นคอของหญิงสาวเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป “แล้วก็ช่วยถอยออกไปห่างๆ สองเซนติเมตรด้วยครับ ตัวคุณหนักไม่เบาเลยนะ”
“ปากคอระรานไม่เปลี่ยนเวลาหน้าิ่วใจคอแบบนี้!” พายสวนกลับทันควัน แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยด้วยความตกใจแต่ความพยศในตัวไม่มีทางลดลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านแสงสลัว แววตาคมกริบฉายแววท้าทายแม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพล “ติดอยู่ในลิฟต์มืดๆ แคบๆ แบบนี้ แทนที่คุณจะเป็นสุภาพบุรุษปลอบขวัญฉันสักหน่อย กลับมาวิจารณ์น้ำหนักตัวเนี่ยนะ ศิลา คุณนี่มัน... อื้อ!”
พายยังพูดไม่ทันจบประโยค แรงสั่นสะเทือนระลอกที่สองก็กระชากตัวลิฟต์ให้ร่วงลงมาอีกสามสิบเซนติเมตรก่อนจะล็อกแน่นสนิท แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ร่างของพายทรุดฮวบลง แต่ศิลาไวกว่า เขารวบเอวบางไว้ด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียวเพื่อดึงเข้ามาแนบชิดติดอกแผงอกกว้าง
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น
ศิลาก้มมองคนในอ้อมแขน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว จังหวะการหายใจของดีไซเนอร์หนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบสะดุดกึก ดวงตาคมกริบที่เคยเยชาและเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ บัดนี้กลับไหววูบอย่างปิดไม่มิดยามที่กวาดสายตาสำรวจใบหน้าเรียวที่ฉายแววตื่นตระหนกเจือความดื้อรั้น
“คุณ...” พายกระซิบแผ่วเบา เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอเมื่อตระหนักได้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ความเย็นยะเยือกของแอร์ในลิฟต์พ่ายแพ้ให้กับไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนทั้งสอง
“เงียบก่อนครับ” ศิลาเอ่ยเสียงพร่า มือหนายังคงประคองเอวเธอไว้มั่นเพื่อป้องกันการกระแทกซ้ำ สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิงเมื่อปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ความคิดที่ว่าต้องรักษามาดและระยะห่างทางวิชาชีพพังทลายลงไม่เป็นท่าในพื้นที่จำกัดนี้
“ทำไมฉันต้องเงียบ คุณคิดว่าฉันกลัวความมืดหรือไง” พายเถียงกลับทั้งที่มือยังกำปกเสื้อของเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม เป็นการกระทำที่สวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง “ปล่อยได้แล้ว ลิฟต์หยุดสนิทแล้วนี่”
“ถ้าผมปล่อย คุณก็จะทรุดลงไปกองกับพื้นเพราะขาอ่อนแรงไม่ใช่เหรอครับ” ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปเผยรอยยิ้มหยันบางเบาที่มุมปาก “ยอมรับเถอะครับว่าตอนนี้คุณไม่ได้เก่งอย่างที่ปากพูดเลยสักนิด”
“ศิลา!” พายกัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ อยากจะยกมือขึ้นหยิกแขนเขาสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดที่ว่ามือทั้งสองข้างของเธอกำลังยึดเกาะไหล่กว้างของเขาไว้เป็นที่พึ่งพิงทางกายภาพอย่างเลี่ยงไม่ได้ “คุณนี่มันน่ารำคาญเป็นบ้าเลย ทัศนคติแย่ยิ่งกว่างานดีไซน์โครงสร้างตึกเฟสสามของคุณเสียอีก”
“แต่โครงสร้างตึกเฟสสามที่ว่า แข็งแรงและปลอดภัยพอที่จะไม่ถล่มทับใครลงมาง่ายๆ นะครับ” ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา “เหมือนกับตอนนี้... ที่ต่อให้ลิฟต์จะพัง ผมก็มั่นใจว่าผมยืนหยัดรับน้ำหนักคุณไหว”
คำพูดนั้นทำเอาพายถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นกลับขึ้นสีแดงระเรื่อในความมืดสลัว เธอเบี่ยงสายตาหนีการสบตาโดยตรงเพราะทนรับความร้อนแรงจากนัยน์ตาคู่คมของเขาไม่ไหว หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันชัดเจน
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ไม่มีใครขยับตัวถอยห่าง ทุกย่างก้าวทางความคิดถูกจำกัดไว้ด้วยพื้นที่ไม่ถึงตารางเมตรนี้ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวศิลาผสมผสานกับความกังวลใจสร้างความมึนงงชวนเคลิบเคลิัว พายรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงน้ำอุ่นที่ไร้ทางออก
“นี่...” พายพยายามเค้นเสียงออกมาทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด “คิดว่าอีกนานไหม... กว่าเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงจะมาถึง”
“ไม่รู้ครับ” ศิลาตอบสั้นๆ โดยไม่ละสายตาไปจากใบเนียนใสของคนในอ้อมแขน เขายังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าที่อาร์ตไดเรกเตอร์สาวจะกล้าตีความ “แต่อันที่จริง... อยู่แบบนี้ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นะครับ”
“หมายความว่าไง?”
“หมายความว่า... ปกติเวลาคุยกับคุณ ผมต้องคอยกั้นกำแพงและเถียงกันเรื่องงานตลอดเวลา” ศิลาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน “แต่ตอนนี้ คุณเถียงไม่ออกแฮะ... น่าสนใจดีเหมือนกัน”
“ศิลา! ฉันไม่ได้เถียงไม่ออก ฉันแค่...”
พายยังไม่ทันได้แก้ตัวให้จบประโยค เสียงสัญญาณกริ่งฉุกเฉินภายนอกก็ดังแทรกขึ้น ตามมาด้วยเสียงทุ้มหนาของนนท์ที่ตะโกนก้องผ่านประตูลิฟต์เหล็กหนาทึบเข้ามาด้วยความร้อนรน
“พี่ศิลา! คุณพาย! ติดอยู่ข้างในใช่ไหมครับ ได้ยินผมหรือเปล่า! ทีมช่างกำลังเร่งงัดประตูอยู่ อดทนอีกนิดนะครับ!”
เสียงเรียกจากภายนอกทำให้มนต์สะกดในพื้นที่จำกัดสลายไปในพริบตา ศิลาถอนหายใจเบาๆ อย่างนึกเสียดายลึกๆ ในขณะที่พายรีบผลักอกแกร่งของเขาออกสุดแรง พร้อมกับกระโดดถอยหลังไปชนมุมตู้ลิฟต์อีกฝั่งทันทีเพื่อสร้างระยะห่างให้กลับมาเป็นปกติ
ศิลาจัดเสื้อสูทของตนเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งขรึมดังเดิม แม้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะยังคงรัวเร็วไม่เป็นจังหวะก็ตาม เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกหันหน้าหนีไปทางผนังกระจกฝั่งตรงข้าม ใบหูของเธอบดบังด้วยเส้นผมที่ยุ่งเหยิงแต้มสีแดงเรื่ออย่างชัดเจน
“ผมได้ยินแล้วนนท์!” ศิลาตะโกนตอบกลับออกไปเสียงดังฟังชัด “จัดการให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน!”
ครู่ต่อมา... เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด พร้อมกับรอยแยกตรงกลางประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ ปริออกทีละน้อย แสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินด้านนอกสาดส่องเข้ามาจนแสบตา
นนท์ยืนหน้าซีดเผือดถือประแจขันนอตอยู่แนวหน้า พร้อมกับทีมช่างอาคารที่ยืนรอรับสถานการณ์ แต่ทว่า... ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดกว้างพอให้คนด้านในเดินออกมาได้ ร่างสูงโปร่งคุ้นเคยของใครอีกคนก็ก้าวพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนหน้าช่องลิฟต์ด้วยสีหน้าบึ้งตึงและแววตาวาวโรจน์
“ศิลา! พาย! พวกเธอสองคนมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ในลิฟต์สองต่อสองตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมติดต่องานไม่ได้เลยรู้ไหมว่าโปรเจกต์ใหญ่กำลังจะพังเพราะพวกเธอหายตัวไปแบบนี้!”
เสียงประกาศกร้าวของ "ธีรภัทร" กรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้กุมชะตากรรมของบริษัท ดีไซน์สตูดิโอ ดังลั่นโถงทางเดิน พร้อมกับสายตาคมกริบที่กวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของทั้งคู่ด้วยความสงสัยระคนไม่พอใจ
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุคคลที่สามก้าวเข้ามาขัดจังหวะในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ขณะที่พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์กำลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดกับดักความฟินในพื้นที่จำกัดนี้ไปด้วยกันนะครับ สเปซโอเดสซีย์
เงื่อนไขหัวใจ: ให้ดีไซเนอร์ปากร้ายกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผม•ตอนที่ 3
พื้นที่จำกัดในลิฟต์ตัวเดิม
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนไขหัวใจ: ให้ดีไซเนอร์ปากร้ายกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
