รอยสักอาคมกับดักฆาตกรรม•ตอนที่ 1

ศพปริศนากับรอยหมึกสีชาด

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและฟอร์มาลินเจือจางในห้องผ่าตัดศพโรงพยาบาลกลางดึก ไม่เคยน่าอภิรมย์ แต่มันคือกลิ่นแห่งความจริงข้อเดียวที่ พญ.ปรินต์ดา ไว้ใจ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสด้วยความนิ่งสงบ ทว่ากรามบางกลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน—ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อสภาพศพตรงหน้า หากแต่เป็นเพราะ ‘ความผิดปกติ’ ที่ท้าทายตรรกะทุกตารางนิ้วในตำราแพทย์แผนปัจจุบัน ห้องพักคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองถูกล็อกตายสนิทจากด้านใน กลอนสลัก ม่านเหล็กดัด และหน้าต่างกระจกนิรภัยไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีทางที่บุคคลภายนอกจะเข้าออกได้ ทว่าร่างของผู้ตาย...ชายหนุ่มนักธุรกิจอนาคตไกล กลับนอนแน่นิ่งอยู่บนพรม Persian ราคาแพง พร้อมกับรอยเลือดที่แห้งกรังเป็นวงกว้างรอบแผ่นหลัง “ผลตรวจสารพิษในเลือดเป็นอย่างไรบ้าง หมอริญดา” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องชันสูตร ปรินต์ดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร... ดร.ภาณุ ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีผู้เข้ามามีส่วนร่วมในคดีนี้ตามคำสั่งเบื้องบนของกรมตำรวจ ชายผู้มีรอยยิ้มพราวเสน่ห์เคลือบยาพิษและดวงตาที่ราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งความคิดของเธอ แพทย์หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิด เธอไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น โดยเฉพาะชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความลับและศาสตร์ลี้ลับที่เธอค่อนขอดมาตลอดชีวิต “เป็นศูนย์ค่ะ ดร.ภาณุ” ปรินต์ดากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท หันกลับไปสบตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “ไม่มีสารพิษ ไซยาไนด์ ยาชอน หรือสารเคมีใดๆ ในกระแสเลือด อวัยวะภายในทุกส่วนสมบูรณ์ดี ไม่มีร่องรอยการถูกกระแทกอย่างรุนแรง หรือแม้กระทั่งรอยเข็มฉีดยา” ภาณุสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรช้าๆ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ลอยมาแตะจมูกของแพทย์หญิง ปรินต์ดาขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงต่ำ ใช้สายตาคมกลาวดมองสำรวจรอยแผลบริเวณแผ่นหลังของศพแทนที่จะสนใจระยะห่าง “ถ้าเช่นนั้น... อะไรคือสาเหตุการตายของเขาเล่าครับ คุณหมอผู้เคร่งครัดในหลักฐานเชิงประจักษ์?” น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้าหยอกอย่างจงใจ “หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากภาวะช็อกอย่างรุนแรง” ปรินต์ดาตอบเสียงแข็ง พลางใช้คีมปลายแหลมชี้ไปยังผิวหนังบริเวณแผ่นหลังของศพที่ถูกเปิดเผย “แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ... ประเด็นคือสิ่งที่อยู่บนผิวหนังนี่ต่างหาก” ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลน ผิวหนังบริเวณแผ่นหลังของเหยื่อไม่ได้ราบ3เรียบ หากแต่มีรอยสักหมึกสีชาดเข้มข้น ลวดลายของมันไม่ใช่ศิลปะสมัยใหม่ แต่มันคืออักขระโบราณที่บิดเบี้ยว ขดตัวซับซ้อนราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังหายใจ และที่น่าพิศวงที่สุดคือ... เนื้อเยื่อรอบรอยสักนั้นนูนบวมขึ้นมาเสมือนถูกความร้อนแผดเผา ทั้งที่ไม่มีร่องรอยแผลไหม้จากภายนอก ภาณุหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ลึกซึ้ง แววตาของนักโบราณคดีหนุ่มฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออกขณะกวาดมองอักขระเหล่านั้น “คุณเคยเห็นรอยสักแบบนี้ที่ไหนมาก่อนใช่ไหมคะ ดร.ภาณุ” ปรินต์ดาจี้ถามทันควัน ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด “อย่าบอกนะว่ามันคือศิลปะพื้นบ้านโบราณอะไรทำทำนองนั้น เพราะในฐานะแพทย์ ฉันอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเส้นหมึกพวกนี้ถึงซึมลึกเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อ และที่สำคัญที่สุด... ทำไมอักขระพวกนี้ถึงมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิร่างกายปกติถึงเจ็ดองศาเซลเซียส” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ส่งเสียงติ๊ดเบาๆ เป็นฉากหลัง ภาณุเงยหน้าขึ้นสบตากับแพทย์หญิงนิติวิทยาศาสตร์ผู้ดื้อรั้น รอยยิ้มมุมปากกลับมาปรากฏอีกครั้ง ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า “บางครั้ง วิทยาศาสตร์ก็เดินทางมาถึงขอบสิ้นสุดของมันเร็วกว่าที่มนุษย์เรายอมรับนะครับ หมอริญดา” ภาณุกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้จนปะทะกับไออุ่นจากลมหายใจ “รอยสักนี้ไม่ได้ถูก ‘สัก’ ลงไปด้วยเข็ม... แต่มันถูก ‘ผนึก’ ลงไปด้วยเลือดและคำสาป” “เหลาะแหละค่ะ!” ปรินต์ดาเชิดหน้าขึ้นทันที แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความรู้สึกประหลาดที่เธออธิบายไม่ได้ “ฉันคือนักวิทยาศาสตร์ ดร.ภาณุ ฉันไม่เชื่อเรื่องงมงาย ไสยเวท หรือคำสาปบ้าบออะไรทั้งนั้น สิ่งที่ฉันเห็นอาจจะเป็นปฏิกิริยาเคมีระหว่างหมึกกับกรดในเหงื่อของผู้ตายที่เกิดจากความร้อนใต้ผิวหนังโดยบังเอิญ—!” “บังเอิญหรือครับ?” ภาณุแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกแต่เฉียบคม เขาเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนเองออกสองเม็ดอย่างไม่ทันตั้งตัว ปรินต์ดาผงะถอยหลังด้วยความตกใจ ร้องห้ามเสียงหลง “คุณจะทำอะไรน่ะ!” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงทักท้วง เขาปลดเสื้อออกเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อสมส่วน ทว่าสิ่งที่ทำให้แพทย์หญิงถึงกับพูดไม่ออกและดึงสายตากลับไม่ได้ คือรอยสักอักษรเวทสีชาดลักษณะเดียวกันกับศพบนโต๊ะ... มันพาดผ่านหัวใจของเขา และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เส้นหมึกเหล่านั้นกำลังเรืองแสงเรื่อๆ ในความสลัวของห้องชันสูตร “เพราะผมเองก็มี ‘รอยสัก’ แบบเดียวกันนี้สลักอยู่บนร่างเหมือนกันครับ... หมอริญดา” ภาณุเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาสีเข้มสะท้อนภาพของแพทย์หญิงผู้กำลังตื่นตะลึง “และศพรายนั้น... ไม่ใช่เหยื่อรายแรกที่จะต้องตายด้วยรอยหมึกนี้อย่างแน่นอน” ในวินาทีที่ปรินต์ดาอ้าปากจะเอ่ยถามคำถามนاتนับพัน เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับไฟในห้องชันสูตรที่ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบสำรองไฟ และก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก... มุ่งตรงมายังห้องผ่าตัดศพแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมนและลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยสักอาคมกับดักฆาตกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%