"เจ้าศิษย์สวะ! คิดจะตายในสำนักให้เป็นเสนียดแก่พื้นปฐพีหรืออย่างไร? ลุกขึ้นมา! หากวันนี้เจ้ายังส่งโอสถปราณครบตามกำหนดไม่ได้ ข้าจะถอนเส้นเอ็นทั้งสี่ของเจ้ามาทำเป็นสายธนูเสีย!"
เสียงคำรามแหบพร่าดุจเสียงสุนัขป่าบาดเจ็บกระแทกเข้าโสตประสาทของ 'หลี่มู่เหวิน' อย่างรุนแรง ตามมาด้วยแรงถีบมหาศาลที่สีข้างจนร่างที่นอนจมกองเลือดบนพื้นดินแข็งกร้านกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำที่ชื้นแฉะ
ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ราวกับกระดูกทั่วร่างถูกบดละเอียดด้วยค้อนยักษ์ หลี่มู่เหวินพยายามจะขยับกาย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่าของเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้น เขาจำได้ว่าตนเองเพิ่งจะถูก 'เฟยหลง' ศิษย์น้องผู้ทรยศแทงกระบี่ทะลุหัวใจ ณ ยอดเขาสูงเทียมเมฆาในฐานะมหาเทพผู้ครองวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ เหตุใดเขาจึงยังไม่ดับสูญ? และเหตุใด... ร่างกายนี้ถึงได้อ่อนแอราวกับมดปลวกเช่นนี้?
หลี่มู่เหวินลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมดุจใบมีดโกนที่เคยผ่านการสังหารเหล่ามารร้ายมานับแสนชีวิตกวาดมองไปรอบกาย บรรยากาศอับชื้นและกลิ่นสาบของมูลสัตว์ป่าทำให้อารมณ์ของเขาดำดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
ตรงหน้าเขาคือชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำในชุดศิษย์ชั้นในของสำนักกระบี่เมฆาคล้อย มันเงื้อเท้าหมายจะเหยียบซ้ำลงบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง
"ข้าบอกให้เจ้าลุก!"
หลี่มู่เหวินไม่ได้ขยับหนี แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีแผ่ซ่านออกมาจากจิตวิญญาณ แม้ไร้ซึ่งพลังปราณ แต่ท่วงท่าและแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่สั่งสมมานับพันปีกลับทำให้ชายตรงหน้าชะงักงันไปชั่วครู่ ราวกับถูกดาบที่มองไม่เห็นจ่อคอหอย
"เจ้า... เจ้ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นทำไม?" ชายผู้นั้นถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวโดยไร้เหตุผล ก่อนจะแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนความสั่นเทา "อ้อ! ข้าลืมไป เจ้ามันก็แค่สวะที่ถูกคนเขาเกลียดชัง วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าจดจำว่า การอยู่ในสำนักกระบี่เมฆาคล้อยนั้นต้องก้มหัวให้ใคร!"
มันชักกระบี่เหล็กธรรมดาออกมา หมายจะปลิดชีพศิษย์ไร้ค่าตรงหน้าให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ในวินาทีที่ปลายคมกระบี่พุ่งเข้าหาลำคอ หลี่มู่เหวินที่ดูเหมือนไร้ทางสู้กลับอาศัยจังหวะลมหายใจเพียงเสี้ยวเดียวเอียงคอหลบด้วยความแม่นยำที่เหลือเชื่อ ปลายคมกระบี่เฉียดผ่านเส้นผมไปเพียงมิลลิเมตร
เขารู้ดีว่าหากร่างกายนี้ยังอ่อนแอเช่นนี้ การต่อสู้ตรงๆ คือความตาย ทว่าวิชากระบี่ไร้ลักษณ์มิได้อยู่ที่พลัง แต่มันอยู่ที่ 'การเคลื่อนที่ตามเจตจำนงฟ้า'
หลี่มู่เหวินขยับร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลเข้าหาศัตรูอย่างแนบเนียน นิ้วชี้ที่เปื้อนเลือดจิ้มลงไปยังจุดชีพจรใต้รักแร้ของคู่ต่อสู้ด้วยจังหวะที่เหนือความคาดหมาย แม้จะเป็นเพียงแรงกระทบเบาๆ แต่มันกลับไปขัดขวางการไหลเวียนของลมปราณของชายผู้นั้นทันที
"อึก! ร่างกายข้า... ทำไมถึงขยับไม่ได้!" ชายผู้นั้นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
หลี่มู่เหวินไม่รอช้า เขาคว้าด้ามกระบี่ที่หลุดมือของอีกฝ่ายมาไว้ในกำมือ แม้จะไร้กำลังปราณ แต่กระบี่ในมือเขากลับดูเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่อาจแยกจากกันได้
"เจ้าเรียกตัวเองว่าศิษย์สำนักกระบี่ แต่กลับใช้กระบี่เพื่อรังแกผู้อ่อนแอกว่า" เสียงของหลี่มู่เหวินแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดุจระฆังทองคำที่สั่นสะเทือนหุบเขา "กระบี่ของเจ้า... มันเบาหวิวไร้ค่าเกินไป"
ทันทีที่เขากล่าวจบ เขาใช้ด้ามกระบี่กระแทกเข้าที่หัวไหล่ของศัตรูอย่างรุนแรงจนร่างนั้นทรุดลงไปนอนกองกับพื้น เสียงกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะบ่งบอกถึงความเสียหายที่ไม่อาจซ่อมแซมได้โดยง่าย
เขายืนขึ้นช้าๆ แม้บาดแผลจะฉีกขาด แต่แววตานั้นกลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามดึกสงัด นี่มิใช่ร่างของมหาเทพที่เขาเคยเป็น แต่มันคือจุดเริ่มต้นใหม่ที่เขาจะใช้ 'วิถีไร้ลักษณ์' ฉีกกระชากโชคชะตาที่เน่าเฟะนี้ให้สิ้นซาก
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้คิดแผนการต่อไป เงาร่างหนึ่งที่สง่างามดุจเทพธิดาจากห้วงนภาพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าถ้ำ นางสวมชุดขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยอักขระเหมันต์ ใบหน้างดงามเย็นชาดุจน้ำแข็งนิรันดร์ เส้นผมสีเงินยาวสยายลงมาถึงกลางหลัง ทว่าในดวงตาคู่สวยที่เรียบเฉยนั้น กลับมีบางอย่างวูบไหวเมื่อนางจ้องมองมายัง 'ศิษย์สวะ' ที่เพิ่งจัดการชายหนุ่มร่างยักษ์ได้อย่างเหลือเชื่อ
"เจ้า... มิใช่หลี่มู่เหวินคนเดิม" นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางกังวานใสดุจเกล็ดน้ำแข็งกระทบกัน ฟังดูเรียบเฉยแต่มันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของหลี่มู่เหวิน
หลี่มู่เหวินหรี่ตาลง มองสตรีตรงหน้าที่แผ่กลิ่นอายพลังเซียนอันบริสุทธิ์จนเขาแทบหายใจไม่ออก นางคือ เซียนจื่อหยวน... ผู้ที่เขาเคยเฝ้ามองจากที่ไกลๆ ในชาติก่อน แต่นางมาทำอะไรที่นี่ ในถ้ำศิษย์ชั้นนอกที่แสนโสโครกแห่งนี้?
"เจ้าเป็นใคร" หลี่มู่เหวินถามสั้นๆ ขณะพยายามทรงตัวไม่ให้ล้มลง
เซียนจื่อหยวนก้าวเข้ามาหาเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์โชยปะทะจมูก นางหยิบป้ายหยกประจำตัวที่สลักชื่อเขาขึ้นมาดู ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาต้องหยุดหมุน
"ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า... เพราะคนที่ส่งคนมาฆ่าเจ้าในวันนี้ มิใช่ศิษย์ชั้นในธรรมดา แต่เป็น 'คนรักเก่า' ที่เจ้ามอบวิชากระบี่ให้ไปจนหมดสิ้น... นางกำลังจะมาที่นี่ เพื่อสังหารพยานปากเอกคนสุดท้ายที่รู้ความลับเรื่อง 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ของนาง"
หลี่มู่เหวินกำกระบี่ในมือแน่น ความแค้นที่ฝังลึกในวิญญาณเดือดพล่านดุจลาวา หากนางคือ 'คนรัก' ที่ทรยศเขาจริง การพบกันครั้งนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเปี่ยมด้วยไอสังหารก็ดังขึ้นจากปากถ้ำ เสียงกระบี่นับสิบเล่มถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน ดังกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา
"ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกว่า จะตายในฐานะศิษย์สวะ หรือจะลุกขึ้นสู้ในฐานะ 'เทพเซียน' ที่เจ้าเคยเป็น... หลี่มู่เหวิน"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของจอมยุทธ์ผู้ฝืนลิขิตฟ้าไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" นะครับ
วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่ฝืนลิขิตฟ้า•ตอนที่ 1
ฟื้นจากขุมนรกในร่างศิษย์สวะ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนไร้ลักษณ์ สลักกระบี่ฝืนลิขิตฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
