วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 21

ศัตรูที่อยู่ใกล้ตัว

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความตึงเครียดในมุมอับของชั้นวางเอกสารนั้นหนาแน่นเสียจนแทบจะคว้ามาคั้นเป็นหยดน้ำได้ กลิ่นอายของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงและกลิ่นอายความดุดันจากร่างสูงที่ยืนบังเธออยู่ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในปอดกำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย ปลายนิ้วเรียวของเธอจิกเกร็งอยู่บนสาบเสื้อเชิ้ตของศิลา ขณะที่สายตาของเธอมองลอดผ่านไหล่กว้างออกไปเพื่อสังเกตสถานการณ์เบื้องหน้า แสงไฟจากเพดานส่องกระทบสันจมูกโด่งคมของคินทร์ที่กำลังกวาดสายตามองไปทั่วห้องทำงานด้วยแววตาเยียบเย็น ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ ออกมา แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นนั้นฟ้องชัดว่าเขากำลังหงุดหงิดที่ยังหาเป้าหมายไม่พบ "เช็คให้ละเอียด อย่าให้พลาดแม้แต่มุมเดียว" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของคินทร์เอ่ยสั่งบอดี้การ์ดทั้งสองคน ในเสี้ยววินาทีนั้น ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง สัมผัสจากมือหนาที่เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดไว้แน่นไม่ได้สื่อถึงความอ่อนโยน หากแต่มันคือการแสดงความเป็นเจ้าของและการประกาศศึกทางอ้อม "อย่าส่งเสียง..." กระแสเสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบขาดราดรดลงมา "ถ้าไม่อยากให้หมากตัวนี้เดินตกกระดานเสียก่อน" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความใกล้ชิดในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนบางอย่างให้ตื่นขึ้น ศิลาไม่ได้เพียงแต่ซ่อนเธอไว้เพื่อความปลอดภัย แต่เขากำลังใช้ร่างกายของเธอเป็นเกราะกำบัง และใช้ความเสี่ยงนี้มาบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้จมลงไปในเกมอำนาจที่เขากุมบังเหียนอยู่ เสียงฝีเท้าของหนึ่งในบอดี้การ์ดเดินเข้ามาใกล้ชั้นวางเอกสารเข้ามาทุกที เงาทะมึนทาบทับลงบนพื้นกระเบื้องสะท้อนความใกล้เข้ามาของอันตราย ศิลาไม่รอช้า มือใหญ่อีกข้างคว้าท้ายทอยของรินรดาก่อนจะดึงเข้ามารับริมฝีปากที่ทาบทับลงมาอย่างอุกอาจและเร่าร้อน รินรดาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอกำลังจะอ้าปากประท้วงแต่กลับถูกเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ดุดันและไร้ซึ่งความปรานีทำให้เธอแทบละลายคาอ้อมแขน แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างความกลัวที่จะถูกจับได้และความซาบซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อย ทำให้สมองของเธอขาวโพลน มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูบของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันภายใต้เงาสลัว กลิ่นอายความหึงหวงและการครอบครองแผ่ซ่านออกมาจากตัวศิลาอย่างชัดเจน แม้จะเป็นสถานการณ์คับขัน แต่เขากลับฉวยโอกาสนี้ลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของเธอไปพร้อมๆ กับการปิดกั้นเสียงลมหายใจไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าชั้นวางเอกสารพอดี ระยะห่างแค่เอื้อมมือถึง รินรดาสะดุ้งเฮือกยามเมื่อมือของบอดี้การ์ดคนนั้นเอื้อมมาปัดผ่านแฟ้มเอกสารด้านบนสุด เสียงกระดาษเสียดสีกันดังขึ้นในความเงียบ ศิลาผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ดวงตาสีเข้มของเขาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่ฉาบแววตื่นตระหนกและเร่าร้อนในคราวเดียวกัน นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างจงใจและท้าทาย "นายครับ ตรงนี้ไม่มีใคร..." เสียงรายงานดังขึ้นจากด้านนอก คินทร์หรี่ตามองมาทางมุมห้องเล็กน้อยก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ "งั้นก็ไปดูห้องประชุมใหญ่... ฉันมั่นใจว่าเอกสารสำคัญไม่ได้งอกขาเดินหนีไปเอง" สิ้นเสียงคำสั่ง ฝีเท้าเหล่านั้นก็ค่อยๆ ถอยห่างออกไปจนกระทั่งเสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกด้านนอกที่ยืนยันว่าพวกเขาปลอดภัยแล้วในตอนนี้ ทว่า บรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดารีบผลักอกแกร่งออกทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอבายที่เพิ่งถูกเขาล่อลวงทางอารมณ์ "คุณบ้าไปแล้วหรือไงศิลา! เกือบจะ..." "เกือบจะอะไร?" ศิลาสวนกลับทันควัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง บีบปลายคางมนให้เงยขึ้นรับสบตากับเขา แววตานิ่งสนิทคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ซ่อนเปลวเพลิงแห่งความระแวงเอาไว้ "เกือบจะถูกจับได้ว่าเธอแอบมาทำลับๆ ล่อๆ กับฉัน... หรือว่าเธอกำลังกลัวว่าชู้รักของเธอจะมาเห็นกันแน่?" คำพูดที่พาดพิงถึงคินทร์ทำให้รินรดาชะงัก เธอนัยน์ตาไหววับด้วยความไม่พอใจ "คุณพูดบ้าอะไรของคุณ! ฉันกับคินทร์ไม่มีอะไรเกินเลยอย่างที่คุณคิด!" "ไม่มีอะไร?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวและกดดัน "สายตาที่มันมองเธอในห้องประชุมเมื่อวาน หรือเอกสารลับที่พวกมันเก็บซ่อนไว้เกี่ยวกับโครงการนี้... คิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกงั้นเหรอ รินรดา? เธอกำลังเล่นเกมสองหน้ากับฉันใช่ไหม?" "คุณไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาฉันแบบนี้นะ!" เธอยกมือขึ้นทุบที่อกแกร่งด้วยความคับแค้นใจ แต่แรงแค่นั้นกลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดันร่างของเธอกลับไปชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ แผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับผนังเบาๆ แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันจากร่างกายหนาที่ทาบทับลงมาจนเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ ศีรษะของศิลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม "ฉันเป็นเจ้าของโครงการนี้ และฉันก็เป็น... เจ้าของเธอด้วยเหมือนกัน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกไปด้วยแรงอารมณ์ "ถ้าฉันรู้ว่าเธอกำลังร่วมมือกับมันเพื่อหักหลังฉัน... จำไว้รินรดา ว่าบทลงโทษของคนทรยศมันไม่ได้จบแค่การไล่ออกจากบริษัท" สัมผัสจากริมฝีปากหนาที่บดขยี้ลงมาอีกครั้งไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันดิบเถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ถูกเก็บกดไว้จนระเบิดออกมา รินรดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะของเธอกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้การรุกรานที่เอาแต่ใจและเปี่ยมด้วยอำนาจนี้ ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย แม้ปากจะปฏิเสธแต่ร่างกายกลับตอบสนองทุกจังหวะการบดเบียดอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงพัวพันกันอย่างดุเดือด ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ตามด้วยเสียงเปิดประตูสำรองที่ไขเข้ามาโดยบุคคลที่สามซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ศิลาชะงักกึก เขาผงศีรษะขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสสีเข้มคมกริบหันขวับไปมองยังทางเข้าห้องด้วยแววตาที่หรี่แคบลงอย่างอันตราย ขณะที่รินรดารemซบหน้าลงกับแผงอกของเขาด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับเกมอำนาจและเพลิงปรารถนารสเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%