ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 13

การเข้าซื้อกิจการ SME

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
“เชิญนั่งสิครับ... คุณคงไม่อยากให้ลูกค้าคนอื่นในร้านนี้ต้องมาเห็นฉากแอ็กชันราคาถูกหรอกนะ” กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเขากำลังเชื้อเชิญเพื่อนเก่ามาจิบกาแฟยามบ่าย ทั้งที่ชายในชุดสูทสามคนนั้นแผ่รังสีแห่งการคุกคามจนอากาศรอบโต๊ะดูหนาหนักผิดปกติ กวินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองพวกมันด้วยซ้ำ เขายังคงจดจ้องอยู่กับแท็บเล็ตที่แสดงกราฟราคาหุ้นของ ‘บริษัท เอสเทค โซลูชั่นส์’ บริษัท SME ด้านซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ที่กำลังเนื้อหอมที่สุดในเวลานี้ “คุณกวินครับ... เจ้านายผมไม่ชอบรอ และยิ่งไม่ชอบคนหัวรั้น” ชายคนกลางที่มีแผลเป็นจางๆ เหนือคิ้วโน้มตัวลงมากระซิบ เสียงของมันแหบพร่าและเย็นเยียบ “เขาบอกว่าให้คุณถอนตัวจากดีลเอสเทคซะ ก่อนที่ธุรกิจของคุณจะกลายเป็นเศษเหล็กในกองเพลิง” กวินละสายตาจากหน้าจอ ช้อนตาขึ้นมองชายคนนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยคลื่นพายุแห่งความแค้นที่ถูกกดทับไว้อย่างมิดชิด เขายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ชายชุดสูททั้งสามคนชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้แพ้ แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดัก “ธันวาส่งพวกคุณมาคงเพราะเขารู้สึกไม่ปลอดภัยสินะ” กวินวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเบาๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องดังก้องท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วร้าน “บอกมันด้วยว่า สงครามธุรกิจน่ะ เขาไม่ได้ตัดสินกันที่ใครมีสุนัขเฝ้าบ้านดุร้ายกว่ากัน แต่ตัดสินกันที่ ‘กระแสเงินสด’ ใครที่หายใจทิ้งขว้างโดยไม่ดูงบการเงิน... คนนั้นคือคนที่กำลังจะล้มละลาย” กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคว้าเสื้อสูทขึ้นมาพาดบ่า ก่อนจะเดินเบียดไหล่ชายคนนั้นออกไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่ชายทั้งสามคนยังคงยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นด้วยความมึนงงและโทสะที่พุ่งพล่าน กวินก้าวขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่ฝั่งตรงข้าม ภายในรถ รินรดากำลังพิมพ์รัวอยู่บนคีย์บอร์ดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “กวิน... ธันวาเริ่มเคลื่อนไหวแล้วค่ะ มันเพิ่งเทขายหุ้นบลูชิพในพอร์ตเพื่อระดมทุนก้อนใหญ่ คาดว่าคงจะเอามาทุ่มซื้อกิจการเอสเทคเพื่อตัดหน้าเราในวันนี้ตอนตลาดปิด” รินรดากล่าวโดยไม่หันมามอง “ปล่อยให้มันเทขายไปครับริน” กวินสั่งการขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง “ยิ่งมันเทขายมากเท่าไหร่ ตลาดก็จะยิ่งผันผวน และนั่นคือ ‘จังหวะ’ ที่เราต้องการ” กวินรู้ดีว่าธันวาเป็นคนประเภทที่ใช้สัญชาตญาณนำเหตุผล ในโลกของธุรกิจที่เขาเคยร่วมงานกับมัน ธันวามักจะเลือกวิธีที่รุนแรงและรวดเร็วเสมอ แต่มันมักจะมองข้าม ‘ช่องโหว่ทางบัญชี’ เล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างของบริษัท SME ที่ไม่มีระบบตรวจสอบภายในที่ดีพอ “ส่งข้อมูล ‘หนี้เสีย’ ที่แฝงอยู่ในบัญชีเจ้าหนี้การค้าของเอสเทคเข้าบอร์ดบริหารของพวกเขาเดี๋ยวนี้ครับ” กวินกล่าวพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเช็กความเคลื่อนไหวของตลาด “ถ้าธันวารีบซื้อไปโดยไม่ตรวจเช็กรายการนี้ มันจะได้ของแถมเป็นหนี้มหาศาลที่ไม่มีวันขุดขึ้นมาได้” “แต่นั่นจะทำให้มูลค่ากิจการตกฮวบเลยนะ กวินจะซื้อของที่กำลังจะจมเหรอคะ?” รินรดาถามด้วยความฉงน “ผมไม่ได้จะซื้อกิจการที่จมครับริน... ผมจะซื้อ ‘สิทธิบัตรอัลกอริทึม’ ที่อยู่ในตัวบริษัทต่างหาก” กวินเผยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง “ผมจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ไว้เมื่อเช้า ในชื่อ ‘เคจี เวนเจอร์ส’ เราจะรอให้ธันวาเซ็นสัญญาซื้อขายกับเจ้าของเดิมก่อน... แล้วหลังจากที่มันเข้าบริหารได้แค่สามวัน เราจะยื่นฟ้องล้มละลายในส่วนของหนี้เสียที่ผมเพิ่งเปิดเผยไป” “ธันวาจะไม่มีเงินเหลือพอที่จะสู้คดีและดำเนินกิจการต่อได้ มันจะถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์ทุกอย่างทิ้ง... รวมทั้งสิทธิบัตรที่ผมต้องการในราคาที่แทบจะเรียกว่า ‘ให้เปล่า’” กวินมองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงผลตัวเลขกำไรที่กำลังพุ่งสูงขึ้นจากการเก็งกำไรในสัญญาออปชันที่เขาทำไว้ก่อนหน้านี้ เงินทุนทั้งหมดกำลังถูกโอนเข้าสู่บัญชีลับ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการ ‘ช้อนซื้อ’ สิ่งที่ธันวาพยายามแย่งชิงไป รถหรูเคลื่อนที่ไปตามท้องถนนในยามเย็น กวินนั่งหลับตาลง ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากสมองที่ต้องคำนวณกลยุทธ์มาทั้งวัน แผนการนี้ไม่ใช่แค่การแย่งชิงธุรกิจ แต่มันคือการทำลายความมั่นใจในความเป็น ‘นักลงทุนอัจฉริยะ’ ของธันวาให้ย่อยยับ “กวินคะ... มีสายเข้าจาก ‘เบอร์ส่วนตัว’ ของธันวา” รินรดาพูดพลางยื่นโทรศัพท์ให้เขาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กวินรับโทรศัพท์มาด้วยท่าทีสงบนิ่ง เขาไม่ได้กดรับทันที แต่รอให้เสียงริงโทนดังซ้ำเป็นครั้งที่สองก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด “ว่าไงครับธันวา... สนุกกับการซื้อกิจการใหม่ของนายอยู่หรือเปล่า?” “แกทำอะไรลงไป กวิน!” เสียงของธันวาปลายสายตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราด “บัญชีหนี้พวกนั้น... แกแอบยัดไส้ไว้ใช่ไหม! หุ้นเอสเทคดิ่งลงฟลอร์แล้วภายในสิบนาทีหลังฉันเซ็นสัญญา!” กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาจนคนฟังต้องหนาวสั่น “นั่นคือบทเรียนแรกของธุรกิจครับเพื่อนเก่า... ต่อไปนี้ เตรียมตัวรับมือกับความสูญเสียให้ดี เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะทำต่อจากนี้... มันจะทำให้ชีวิตที่เหลือของนายไม่เหลือแม้แต่เศษเงินสักบาทเดียว” กวินกดตัดสายทิ้งทันที ก่อนจะหันไปหารินรดาที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “เตรียมตัวให้พร้อมครับริน... คืนนี้ เรามีนัดทานมื้อค่ำกับเจ้าของสิทธิบัตรที่กำลังจะกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว... และนั่นจะเป็นก้าวแรกสู่การยึดอาณาจักรของธันวามาอยู่ในมือเรา” ทว่าในวินาทีที่กวินกำลังจะสั่งให้คนขับรถออกตัว เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตของรินรดาก็ดังลั่นขึ้นพร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏบนหน้าจอหลัก “กวิน... แย่แล้ว! เงินทุนในบัญชีของบริษัทที่เราเตรียมไว้สำหรับการเข้าซื้อสิทธิบัตร ถูกแฮ็กออกไปจนหมดเกลี้ยง... และปลายทางของการโอนเงิน... มันระบุชื่อเจ้าของบัญชีผู้รับเป็นชื่อของ ‘คุณ’ เอง!” กวินเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเขาตระหนักได้ว่า มีคนบางคนที่ไม่ใช่ธันวา... กำลังเล่นเกมที่ซับซ้อนยิ่งกว่าที่เขาวางไว้ และคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ อาจจะเป็นคนใกล้ตัวที่เขาไว้ใจที่สุด ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกวินในตอนที่ 13 นี้มาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%