"แกพูดว่าอะไรนะ... หมากที่ฉันเดินอยู่ เป็นฝีมือมันตั้งแต่แรกงั้นเหรอ?"
ธันวาคำรามเสียงต่ำ มือที่สั่นเทาขยำเอกสารรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในมือจนยับยู่ยี่ เขาสะบัดใบหน้าหนีจากลูกน้องที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะพุ่งตัวไปที่หน้าต่างกระจกบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรูที่มองลงไปเห็นแสงไฟของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนราวกับทะเลดาวที่กำลังจะดับแสง
เขาไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่ความรู้สึก 'ไม่มั่นคง' ที่เกาะกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนนี้ มันเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงที่กัดกินประสาทสัมผัสไปเสียแล้ว กวิน... ไอ้เพื่อนที่เขาเคยเหยียบหัวขึ้นมาในชาติก่อน ตอนนี้มันไม่ได้เป็นเพียงก้อนกรวดในรองเท้า แต่มันกลายเป็นคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะซัดถล่มอาณาจักรที่เขาสร้างมาด้วยเลือดและคราบน้ำตา
"มันไม่มีทางรู้... มันไม่มีทางรู้เรื่อง 'บัญชีลับ' นั่น" ธันวาพึมพำกับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ดวงตาที่เคยคมปลาบเริ่มเหม่อลอยและแดงก่ำจากการอดนอน
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่สำหรับธันวา มันดังราวกับเสียงค้อนตอกฝาโลง
"เข้ามา!" เขาตะโกนลั่น
เลขาส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด "คุณธันวาครับ... กราฟหุ้นในกลุ่มบริษัทในเครือเรา... มัน... มันกำลังถูกเทขายอย่างหนักในตลาดอนุพันธ์ครับ แรงขายนี้ไม่ใช่รายย่อยแน่ๆ แต่เป็นออเดอร์ขนาดใหญ่ที่กระจายตัวผ่านบัญชีนอมินีหลายร้อยบัญชี จนระบบป้องกันของเราตรวจจับไม่ทัน"
ธันวารีบปรี่เข้ามาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วมือของเขารัวแป้นพิมพ์ด้วยความคลั่งไคล้และหวาดกลัว ข้อมูลที่ไหลผ่านหน้าจอนั้นคือตัวเลขสีแดงที่ร่วงกราวลงราวกับเขื่อนแตก ทุกทศนิยมที่หายไปคือมูลค่าความมั่งคั่งมหาศาลที่เขาสั่งสมมา
"กวิน... แกเล่นแบบนี้เลยเหรอ!" ธันวาฟาดมือลงบนโต๊ะจนแจกันราคาแพงบนโต๊ะสั่นไหว "มันกำลังบีบให้ฉันขายหุ้นในมือออกมาเพื่อค้ำประกันส่วนต่าง... ถ้าฉันคายหุ้นออกมา มันก็จะช้อนซื้อเก็บไว้จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนที่ฉันทันที"
ในอีกด้านหนึ่ง ของห้องลับที่เต็มไปด้วยหน้าจอของรินรดา เธอกำลังเฝ้าดูความหายนะของธันวาผ่านกล้องวงจรปิดที่แฮ็กเข้ามาได้
"ธันวาเริ่มสติแตกแล้วครับกวิน" รินรดาเอ่ยขึ้นพลางเคี้ยวช็อกโกแลตแท่งเพื่อลดความตึงเครียด "เขาเพิ่งสั่งระดมเงินสดจากทุกช่องทาง แม้แต่เงินกู้นอกระบบและสินทรัพย์ที่ไม่ควรจะแตะต้อง เขากำลังทำตัวเหมือนนักพนันที่ถังแตกและตัดสินใจพลาดซ้ำๆ"
กวินที่นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาของเขาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม เขาไม่ได้โกรธแค้น ไม่ได้สะใจ แต่มันคือความรู้สึกของการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เขาเฝ้าเพาะปลูกมานานแรมปี
"ความกลัวน่ะรินรดา..." กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าทรงพลัง "มันน่ากลัวกว่าความตายนะ เมื่อคนเรากลัวเสียอำนาจ เขาจะทำในสิ่งที่โง่เขลาที่สุด... และนั่นคือเวลาที่ 'เพชฌฆาต' จะลงดาบได้แม่นยำที่สุด"
กวินลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าจอหลัก เขาพิมพ์คำสั่งสั้นๆ ลงไปบนคีย์บอร์ดเพียงไม่กี่ชุด
"เตรียมระบบไว้ให้พร้อม เราจะปิดดีลนี้ในอีก 30 นาทีข้างหน้า ตลาดหุ้นพรุ่งนี้เช้า... จะไม่มีชื่อของบริษัทธันวาอยู่อีกต่อไป"
กลับมาที่เพนต์เฮาส์ของธันวา ความกดดันถึงขีดสุดเมื่อโทรศัพท์มือถือสายลับที่เขาเก็บไว้ในเซฟดังขึ้น เบอร์แปลกที่ไม่มีตัวตนปรากฏบนหน้าจอ ธันวารับสายด้วยมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
"มึงเป็นใคร... มึงต้องการอะไร!" ธันวาตวาดลั่น
"จำเสียงฉันไม่ได้เหรอ ธันวา?" เสียงจากปลายสายเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด มันไม่ใช่เสียงของกวิน แต่มันเป็นเสียงที่ทำให้นึกถึงอดีตที่เขาพยายามฝังกลบ
"ใคร! ใครให้มึงโทรมา!"
"คนที่คุณเคยขโมยทุกอย่างไปไง... และวันนี้ ผมมาเพื่อทวงคืน... ทุกอย่าง"
สิ้นเสียงนั้น ธันวาก็เห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหน้าต่างห้องนอนที่เขาล็อกไว้อย่างแน่นหนา กล้องวงจรปิดในห้องส่งสัญญาณภาพที่สั่นไหว ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้องทำงานของเขา โดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยราคาหลักสิบล้านกลับไม่ส่งสัญญาณเตือนเลยแม้แต่นิดเดียว
ชายคนนั้นวางแฟ้มเอกสารบางอย่างลงบนโต๊ะของธันวา เอกสารที่เป็นหลักฐานมัดตัวเขาในคดีฟอกเงินเมื่อสิบปีก่อน
"คุณกวิน... คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!" ธันวาทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
กวินแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะโน้มตัวลงมาดึงคอเสื้อของศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา
"ผมบอกคุณแล้วไงธันวา... หมากตัวนี้ผมเป็นคนวางไว้ตั้งแต่ต้น และตอนนี้... เกมจบแล้ว"
กวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความเพียงชุดเดียวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทันใดนั้น ไฟในเพนต์เฮาส์ก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บุกพังประตูเข้ามาอย่างไม่รอช้า
ธันวามองเห็นเพียงความมืดมิดและเสียงไซเรนที่ดังระงมไปทั่วตึก ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของชีวิตเศรษฐีที่เขาหลงระเริงมาตลอดทั้งชีวิต แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่การถูกจับกุม...
แต่คือรูปถ่ายที่วางทับอยู่บนแฟ้มเอกสารหลักฐาน... มันเป็นรูปของกวินและธันวาในวัยเด็ก ที่ด้านหลังมีลายมือของ 'ใครบางคน' เขียนทิ้งไว้ว่า "ยินดีด้วยนะที่มาถึงจุดนี้... แต่ลืมไปหรือเปล่า ว่าคนสอนพวกนายเล่นหมากรุก คือใคร?"
กวินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นข้อความนั้น สายตาที่เคยเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นความสับสน... หรือว่าชัยชนะครั้งนี้ จะเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งของใครอีกคนที่อยู่เหนือกว่าเขาไปอีกขั้น?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปกับผม เซียนหุ้นย้อนเวลา นะครับ
ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 42
ความกลัวของศัตรู
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทวงแค้นย้อนเวลา: พลิกกระดานเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!