สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายป่วน•ตอนที่ 1

กาแฟหกกับคำทักทายแรก

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ถ้าแบบแปลนฉบับนี้คือผลงานของคนที่เรียนจบเกียรตินิยมจากลอนดอน ผมคงต้องทบทวนใหม่แล้วล่ะครับว่า มาตรฐานสถาปัตยกรรมยุคนี้เขาวัดกันที่ความสวยงามบนกระดาษ หรือความสามารถในการใช้งานจริงกันแน่" เสียงทุ้มกังวานแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ของบริษัท *Space & Soul* เอกสารรายงานการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายถูกวางลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *ปึก* สรุปทุกความตั้งใจแรมเดือนของทีมออกแบบให้กลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ภาคิน (ภาคินัย) สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบจนแทบจะสะท้อนแสงไฟนีออน ขยับแว่นสายตา เลนส์กรองแสงสะท้อนประกายความเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น สันกรามคมชัดขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบคู่นั้นตวัดมองเจ้าของคำพูดด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาคนตรงหน้าให้เป็นจุล "ถ้าสมองอันปราดเปรื่องของครีเอทีฟสายครีเอทจนกู่ไม่กลับอย่างคุณ อ่านหนังสือเกินบรรทัดครึ่งเป็น ผมว่าคุณคงไม่พ่นคำพูดไร้สาระออกมากลางที่ประชุมแบบนี้หรอกนะครับ คุณนับดาว" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดที่ถูกท้าทายต่อหน้าบอร์ดบริหารและคุณมินตรา เจ้าของโปรเจกต์รีโนเวต์ตึกเก่าอายุกว่าห้าสิบปีที่กำลังนั่งกอดอกมองศึกย่อยๆ นี้ด้วยรอยยิ้มมุมปาก นับดาว (นพวรรณ) ครีเอทีฟหนุ่มร่างโปร่งในชุดสูทโอเวอร์ไซส์สีเขียวพาสเทลและผมหยักศกเซ็ตยุ่งอย่างตั้งใจ ไม่ได้สะท้านต่อสายตาดุๆ นั้นเลยแม้แต่น้อย เขายักไหล่ช้าๆ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏบนเรียวปากหยักสวย ช่างเป็นภาพที่ชวนให้คนมองอยากจะยกฝ่าเท้าขึ้นมาประทับบนใบหน้านั้นเหลือเกินในสายตาของภาคิน "อุ๊ย อย่าดุสครับ คุณสถาปนิก หน้าบึ้งๆ แบบนั้นเดี๋ยวตีนกาถามหาไม่รู้ด้วยนะ... อ๊ะ!" จังหวะที่นับดาวกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟลาเต้อุ่นๆ บนโต๊ะเพื่อจิบยั่วโมโห อาการซุ่มซ่ามประจำตัวที่แก้ไม่หายก็กำเริบขึ้นมาในวินาทีเป็นตาย ข้อศอกของเขาไปกระแทกเข้ากับขอบสมุดโน้ตอย่างจัง จนแก้วกาแฟเซรามิกล้มคว่ำไม่เป็นท่า *พรวด!* ของเหลวสีน้ำตาลเข้มผสมนมสดพุ่งทะยานออกจากปากแก้ว ราวกับกระสุนปืนกลที่ไร้การควบคุม มันพุ่งตรงดิ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำยิ่งกว่าติด GPS สาดกระเซ็นเข้าเต็มอกเสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ของภาคินอย่างไร้ความปรานี ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมกว้างในชั่วพริบตา เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยคำรามเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่ ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ธนวินท์เพื่อนสนิทและโปรดิวเซอร์หนุ่มที่นั่งข้างๆ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นขำจนตัวโยน ภาคินก้มมองหน้าอกเสื้อตัวเองที่บัดนี้กลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วผสมความหวานมันของนมกระจายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่ากาแฟในแก้ว คืออุณหภูมิในเส้นเลือดของสถาปนิกหนุ่มผู้นิยมความสมบูรณ์แบบ มือหนาของภาคินกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขานิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่ส่งมาให้นับดาวในวินาทีนั้น ไม่ใช่แค่ความโกรธเคืองธรรมดา แต่มันคือการประกาศสงครามเต็มรูปแบบ "คุณ... นَبดาว" เสียงที่ลอดไรฟันออกมาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ระงับแทบไม่ไหว ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนรอบข้างไม่กล้าหายใจแรง นับดาวกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองเพิ่งทำเรื่องอุกฉกรรจ์ลงไปบนเสื้อเชิ้ตสั่งตัดราคาแพงหูฉี่ของคนตรงหน้า "เอ่อ... คือ... มันเป็นอุบัติเหตุครับคุณภาคิน ฟิสิกส์มันบังคับ แรงเหวี่ยงมันพาไป ผมไม่ได้ตั้งใจ..." นับดาวถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ มือไม้เกะกะทำอะไรไม่ถูกเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงาน "อุบัติเหตุกรณีนี้ สมควรได้รับการประหารชีวิตด้วยการเอาโปรเจกต์นี้ไปทำคนเดียวแปดรอบครับ" ภาคินก้าวเท้าเข้าประชิดตัวร่างโปร่งที่กำลังถอยจนสะโพกชนเข้ากับขอบหน้าต่างกระจก ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน กลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นกาแฟพุ่งเข้าปะทะจมูก นับดาวแหงนหน้ามองอีกฝ่ายที่สูงกว่าตนเกือบฝึ่งช่วงศีรษะ ใบหน้าของภาคินอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกลงมาในดวงตาของเขาอย่างเอาเรื่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดปลายจมูกจนนับดาวต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับเริ่มรัวเร็วกระหน่ำอย่างไร้เหตุผล นี่มันไม่ใช่ความโกรธธรรมดาแล้ว... แต่มันคืออันตรายต่อหัวใจชัดๆ! "ผมขอโทษ..." นับดาวพึมพำเสียงเบาลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ความถือดีเมื่อครู่ถูกแผดเผาด้วยความใกล้ชิดที่ชวนให้สติหลุดลอย ภาคินไม่ตอบ เขาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่รอยเปื้อนบนเสื้อตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาเมื่อครู่ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมแต่แฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้ครีเอทีฟตัวแสบต้องขนลุกซู่ "คำขอโทษไม่มีความหมายอะไรในพจนานุกรมของผมหรอกนะครับ..." ภาคินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของคนตรงหน้า เสียงกระซิบพร่าทุ้มต่ำทำเอาผิวหน้านับดาวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "แต่ถ้าอยากชดใช้จริงๆ ล่ะก็ เย็นนี้... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันแบบตัวต่อตัว" ธนวินท์ที่แอบมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนจาก 'ความโกรธ' เป็น 'ความอยากเอาชนะ' ในเวลาไม่ถึงนาที และในจังหวะที่หัวใจของนับดาวกำลังเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงเคาะประตูกระจกห้องประชุมก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด "ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ... พอดีฉันได้ยินเสียงเอะอะ เลยแวะมาดูว่า สถาปนิกกับครีเอทีฟของเรา ตกลงจะร่วมมือกันรีโนเวต์ตึก หรือจะฆ่ากันตายก่อนเริ่มงานกันแน่คะ?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของโครโนสทริกเกอร์เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%