กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดเบื้องหน้า แม้ว่าความเป็นจริงแล้ว รินทร์จะยืนอยู่หน้าตึกเรียนเก่าของโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์เทเรซ่า ที่ซึ่งถูกปิดตายมานานกว่าทศวรรษก็ตาม
รอยยิ้มจากเงาสะท้อนในกระจกบานนั้น ยังคงติดตรึงอยู่ในระบบประสาท ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงข้อศอกราวกับพิษงู แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือซ้ายขึ้น ปรับข้อมือให้หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสจากระบบบันทึกคดีปรากฏขึ้นตรงหน้า
[แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบร่องรอยของ "ผู้ควบคุมเงาตัวจริง" ในพื้นที่เชื่อมต่อ]
[สถานะภารกิจอัปเดต: การชำระวิญญาณในห้องน้ำหญิงเป็นเพียง "ประตูต้อนรับ" สู่คดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน]
[คำเตือนจากระบบ: บุคคลที่ยืนอยู่ในกระจกกำลังหันหน้ากลับมามอง... และเขากำลังแย้มยิ้มให้ท่าน]
"ยิ้มเก่งเสียจริงนะคุณเพื่อนร่วมชั้น... น่าเสียดายที่โครงหน้าของคุณดูไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย" รินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสสีดำสนิทฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ขณะที่นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนสันสมุดบันทึกหนังสีดำที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อกั๊ก
เบื้องหลังของเขา อาจารย์จันทร์เจ้ากำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับปุยเมฆที่เคลื่อนตัวผ่านผืนราตรี ชายผ้าคลุมสีดำสนิทของเธอกวาดผ่านพื้นหญรกที่ปกคลุมด้วยหยาดน้ำค้าง กลิ่นอายของธูปหอมโบราณและกำยานจางๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาเพื่อขับไล่ไออาคมที่หนาแน่นรอบตัวตึก
"อย่าประมาท รินทร์" เสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามวิกาลดังขึ้น อาจารย์จันทร์เจ้าหยุดยืนเคียงข้างเด็กหนุ่ม ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นทรงโบราณกวาดมองไปยังบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่าที่สะท้อนแสงจันทร์สีเลือด "คดีเมื่อสิบปีก่อนไม่ได้จบลงที่การฆ่าตัวตายตามสำนวนของตำรวจ มันคือพิธีกรรม 'ดึงเงา' ไสยเวทสายดำที่สูญหายไปจากสารบบนานแล้ว"
"ผมทราบดีครับอาจารย์..." รินทร์หันไปสบตาอาจารย์สาว แววตาของเขามีความซุกซนเจืออยู่เล็กน้อยตามประสาเด็กหนุ่ม แต่รอยยิ้มมุมปากกลับเต็มไปด้วยความเฉียบคม "เพราะถ้ามันเป็นแค่การฆ่าตัวตาย ระบบคงไม่ประเมินแต้มรางวัลให้ผมสูงถึงห้าพันแต้ม และคงไม่แสดงแผนผังตึกนี้ในโหมด 'สามมิติความมืดมิด' ให้ดูฟรีๆ หรอกครับ"
พูดจบ รินทร์ก็กวาดนิ้วกลางอากาศ ร่างจำลองสามมิติของตึกเรียนเก่าก็ปรากฏขึ้นเป็นโครงข่ายแสงสีแดงฉาน จุดสีแดงกระพริบถี่ๆ ที่ชั้นสาม ตรงกับห้องเรียนม.6/4 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อนพอดี
ในยุคที่ไสยเวทผสมผสานกับเทคโนโลยีอย่างกลมกลืน รินทร์ค้นพบว่า "ร่องรอยอาคม" ก็ไม่ต่างอะไรกับลายเซ็นดิจิทัล ทุกการร่ายคาถา ทุกการสังเวยด้วยชีวิต จะทิ้ง "ค่าความหนาแน่นของพลังงานวิญญาณ" เอาไว้เสมอ และหน้าที่ของเขาในฐานะผู้ถือครองระบบบันทึกคดี คือการแกะรอยค่าความหนาแน่นเหล่านั้นเพื่อกระชากหน้ากากฆาตกรที่ลอยนวลอยู่เบื้องหลัง
"ตามผมมาครับอาจารย์ ระวังอย่าให้เงาของกิ่งไม้ทาบทับลงบนไหล่ขวาเป็นอันขาด... ตรงนั้นคือจุดที่พลังหยินหนาแน่นที่สุด" รินทร์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมกับก้าวเท้าเข้าสู่ประตูไม้บานผุที่ถูกพันธนาการด้วยยันต์กระดาษสีเหลืองซีดซึ่งเริ่มเปื่อยยุ่ยตามกาลเวลา
แออด...
เสียงบานประตูไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงกรีดร้องของคนใกล้ตาย กลิ่นอัปชื้นและฝุ่นผงคละคลุ้งจนต้องหรี่ตาลง ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ความรู้สึกกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
[ระบบตรวจพบม่านพลังอาคมระดับ 4: 'เขตอาคมกักขังวิญญาณพเนจร']
[คำแนะนำจากระบบ: ใช้ทักษะ 'เนตรสัจจะ' เพื่อมองทะลุภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากความทรงจำของเหยื่อ]
รินทร์ไม่รอช้า เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสมาธิไปที่ดวงตาทั้งสองข้าง นัยน์ตาสีดำสนิทพลันเปล่งประกายแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นชั่วขณะ ภาพห้องเรียนที่เต็มไปด้วยหยากไย่และโต๊ะเก้าอี้ผุพังในยามปกติ พลันบิดเบี้ยวและซ้อนทับด้วยภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
ภาพที่ปรากฏคือเด็กสาวผมยาวคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าเขียนไดอารี่อยู่ริมหน้าต่าง แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันส่องให้เห็นเงาของเריนที่ทอดยาวไปบนพื้น แต่น่าแปลก... เงาของเด็กสาวไม่ได้ขยับตามท่าทางของเธอ เงานั้นกำลังยกมือขึ้นบีบคอตัวเองจากด้านหลัง!
"เจอตัวแล้ว..." รินทร์พึมพำเบาๆ
ในภาพนิมิตนั้น ฆาตกรไม่ได้ยืนอยู่ในห้อง แต่ซ่อนเร้นตัวตนอยู่ผ่าน "เงา" ของเหยื่อเอง การใช้ไสยเวทสายดาร์กประเภทนี้จำเป็นต้องมีตัวเชื่อมโยง และตัวเชื่อมโยงนั้นก็คือ... กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องเรียน ซึ่งในปัจจุบันถูกผ้าใบสีดำคลุมทับเอาไว้
อาจารย์จันทร์เจ้าก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังรินทร์ ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่กระจกบานนั้น มือเรียวบางยกขึ้นประสานกันเป็นอินทรีย์วรยุทธ์ ปลายนิ้วเปล่งแสงสีทองเรืองรองเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการจู่โจม
"รินทร์ เด็กคนนั้นไม่ใช่แค่เหยื่อของการฆาตกรรม" อาจารย์จันทร์เจ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "เธอคือ 'ภาชนะ' ที่ถูกใช้เพื่อส่งผ่านวิญญาณอาฆาตไปยังเป้าหมายต่อไป... และเป้าหมายนั้นก็คือโรงเรียนหลักในปัจจุบัน"
"ครับ ผมวิเคราะห์จากฐานข้อมูลของระบบแล้วมีความเป็นไปได้สูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์" รินทร์ตอบรับอย่างสุขุม ขณะเดียวกันนิ้วมือก็รัวกลางอากาศเพื่อบันทึกข้อมูลหลักฐานลงในระบบ
[บันทึกหลักฐานสำเร็จ: 'เศษกระจกอาคมชำระบาตร']
[เงื่อนไขการปลดล็อกทักษะใหม่: 'ย้อนรอยเงาโลหิต' ใกล้ครบกำหนด (85%)]
ทว่า ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะเอื้อมมือไปแตะผ้าใบสีดำที่คลุมกระจกอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก... กรับ กรับ กรับ... เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของวิญญาณ แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังของผู้ชายที่เดินอย่างมั่นคง และทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นไม้ ก็มาพร้อมกับแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
รินทร์ชักมือกลับทันที เขาสบตากับอาจารย์จันทร์เจ้า ทั้งคู่รู้ทันทีว่าพวกเขากำลัง "ถูกต้อน" ให้เข้ามาในกับดัก
"ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับอาจารย์" รินทร์แย้มยิ้มบางๆ บนใบหน้าไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความตื่นเต้นของนักล่าที่พบเหยื่อชิ้นใหญ่
อาจารย์จันทร์เจ้าขยับตัวมาบังหน้าเด็กหนุ่มเล็กน้อย มือเรียวหยิบยันต์กระดาษสีทองออกมาจากอกเสื้อ "ระวังตัวด้วย รินทร์... พลังงานนี้ไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อนทั่วไป"
เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านกรอบประตูห้องเรียน แสงไฟฉายสลัวๆ สาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดมิด เผยให้เห็นรองเท้าหนังขัดมัน กางเกงสแล็คสีดำ และชายเสื้อเชيرที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีดำคล้ายน้ำมันดิบ
ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่กว้างจนเกือบถึงใบหู และดวงตาที่ไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์...
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: เผชิญหน้ากับ "ผู้ควบคุมเงาตัวจริง" - ระดับอันตราย SSS]
[คำเตือนสุดท้าย: จงระวังเงาใต้ฝ่าเท้าของท่าน เพราะมันกำลังจะลุกขึ้นมาขยับด้วยตัวเอง...]
รินทร์ก้มมองลงที่พื้น และพบว่าเงาของเขากำลังฉีกยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน!
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 3
คดีฆาตกรรมที่ถูกลบเลือน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!